Skip to content
Home » [Update] แบกเป้เที่ยวหลวงพระบาง วังเวียง เวียงจันทน์ งบ 5,000 บาท | งบ 5000 เที่ยว ไหน ดี – Rosalizahotel

[Update] แบกเป้เที่ยวหลวงพระบาง วังเวียง เวียงจันทน์ งบ 5,000 บาท | งบ 5000 เที่ยว ไหน ดี – Rosalizahotel

งบ 5000 เที่ยว ไหน ดี: นี่คือโพสต์ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้

เกริ่นนำโดยกระปุกดอทคอม


ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก เฟซบุ๊ก Palapilii Thailand

        

  การออกเดินทางท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่าง ๆ เป็นการเปิดโลกทัศน์ที่นักเดินทางหลงใหล การได้มองเห็นมุมมองใหม่ ๆ จากสถานที่ที่ไม่เคยไปสัมผัส วิถีชีวิตของผู้คนที่แตกต่างกันไปตามวัฒนธรรม และสถานที่งดงามบนโลกใบนี้ที่ยังรอให้ไปเยือนสักครั้ง คงเป็นความฝันอันดับต้น ๆ ของคนชอบเที่ยว แต่หากใครอยากเก็บกระเป๋าออกท่องโลกเต็มที แต่ติดอยู่ที่มีงบจำกัดเหลือเกิน

          วันนี้

Backpack หลวงพระบาง-วังเวียง-เวียงจันทน์ ด้วยเงิน 5,000 บาท โดย คุณสมาชิกหมายเลข 772558

          เนื่องจากช่วงปีใหม่ บริษัทผมหยุด 10 วัน… เลยคิดว่าจะไปลาว สัก 5-7 วัน  ตามกำหนดการของผมคร่าว ๆ ก็จะได้ประมาณนี้

Day 1 : 27 ธันวาคม 2556 (นอนในรถบัสหรือตามสถานีขนส่ง)

               20.00 น. : เดินทางจาก กทม.-นครหลวงเวียงจันทน์

Day 2 : 28 ธันวาคม 2556 (นอนในรถบัสหรือตามสถานีขนส่ง)

               08.00 น. : ทำเรื่องผ่าน ตม.ไทย-ลาว  
                            
               09.00 น. : ถึงเวียงจันทน์ ตระเวนเที่ยวช่วงเช้า หลัก ๆ จะไป ประตูชัย พระธาตุหลวง วัดสีสะเกด และหอพระแก้ว   

               13.00 น. : เดินทางจากเวียงจันทน์ไปหลวงพระบาง

Day 3 : 29 ธันวาคม 2556 (นอน Guest House ครั้งที่ 1)

               06.00 น. ตักบาตรข้าวเหนียว        
                          
               07.00 น. เดินทางไปตาดแซ และตาดกวางสี      
                    
               17.30 น. กลับเข้ามาในเมืองขึ้นวัดพระบาท ชมพระอาทิตย์ตก  
                    
               18.00 น. เดินตลาดมืด


Day 4 : 30 ธันวาคม 2556 (นอนในรถบัสหรือตามสถานีขนส่ง)

               06.00 น. ทัวร์เมืองหลวงพระบาง หลัก ๆ จะเป็น วัดเชียงทอง พระธาตุจอมพูสี ถ้ำติ่ง วัดวิชุน
          
               16.00 น. เดินทางจากหลวงพระบางไปวังเวียง

Day 5 : 31 ธันวาคม 2556 (นอน Guest House ครั้งที่ 2)

               เมืองนี้ขึ้นชื่อเลยว่าเป็น “กุ้ยหลินเมืองลาว” จะไปถ้ำจัง ตกบ่ายก็จะไปล่องแม่น้ำซอง Tubing หรือจะพายคายัคแล้วแต่ใจเลย ตอนเย็นก็ไป Bar ริมน้ำ เตรียม Count down ปี 2014 กัน

Day 6 : 1 มกราคม 2557

               อาจจะไม่ได้นอน รอทำบุญเป็นฤกษ์งามยามเช้า ต้อนรับปีใหม่ จากนั้นเดินทางกลับประเทศไทย เรื่องเวลากลับไปคุยกันอีกทีครับ

         

จากนั้นก็เลยทำแบบมีหลักการนิดหนึ่ง ๕๕๕ จะทำอะไรซักอย่างเราต้องทำอย่างมืออาชีพครับ ผมทำแผนการเดินทางของเราเองแบบพอสังเขป แบบพอเข้าใจง่ายและพกพาสะดวกหน้าตาก็จะออกมาประมาณนี้ครับ สามารถลอกเลียนไปใช้ได้ครับไม่หวงเลย ๕๕

          เอาล่ะครับ เดินทางกันเลย !!! ผมจะไม่พูดมากนะครับ จะบอกแต่เรื่องหลัก ๆ เลย และจะแจ้งราคารายจ่ายแต่ละอย่างไว้ให้ด้วย

         

Day 1 : 27 ธันวาคม 2556

          ซื้อตั๋วเดินทางจาก กทม.-หนองคาย (ราคา 648 บาท)

        

  *** จริง ๆ มีรถจาก กทม. – เวียงจันทน์ ครับ ราคา 900 บาท แต่เนื่องจากพวกเรา walk in จึงต้องนั่งรถต่อจาก กทม. เข้าหนองคายก่อน แถมเสียเงินค่าตั๋วแพงกว่าปกติด้วย เพราะเป็นรถเสริม ถ้าราคาปกติ VIP จะอยู่ราว ๆ 400 – 500 บาท เท่านั้นครับ***

ภาพจากสถานีขนส่งหมอชิต

          เนื่องจากเป็นช่วงเทศกาล การนั่งรถโดยสารจาก กทม. ไปหนองคาย เลยกลายเป็นขึ้นเครื่องไปยุโรปโดยปริยายครับ เพราะใช้เวลาถึง 15 ชั่วโมงเศษ T T เรื่องนี้สำคัญมากครับ ถ้าใช้วิธีเดียวกันกับผม แต่สำหรับใครที่นั่งรถ กทม. – เวียงจันทน์ ก็ไม่น่าจะมีปัญหา

        

  ***  หลังจากที่เราลงที่ บขส.หนองคาย จะมีรถจากหนองคาย ไปเวียงจันทน์ ทุก ๆ 2 ชั่วโมงครับ ไม่ต้องกลัวจะไม่มีรถไปต่อ เพราะที่นี่ไม่รับจองตั๋วครับ ต้องมาซื้อหน้าเคาน์เตอร์เท่านั้น ราคาตั๋วแค่ คนละ 55 บาท เท่านั้น ***

          แต่ถ้าใครรีบหน่อยเหมือนผม ก็เหมาตุ๊ก ๆ ไปครับ อาจจะแพงหน่อย แต่ก็ซื้อเวลาเราได้พอสมควรค่าตุ๊ก ๆ ประมาณคนละ 30-80 บาทครับ แล้วแต่ว่าเราจะต่อได้แค่ไหน ผมต่อได้แค่ 60 บาท T T  ** ให้จำไว้ว่า… ตั้งแต่เราลงจากรถที่หนองคาย เราก็เป็นเหยื่อของคนพวกนี้แล้วครับ ***

         

ที่นั่งรถตุ๊ก ๆ นี่คือ ไม่มีรถไปเวียงจันทน์นะครับ ต้องนั่งรถตุ๊ก ๆ ไปด่าน… แต่สำหรับคนที่ มีรถไปเวียงจันทน์เลย ก็ไม่ต้องลำบากเหมือนพวกผม แต่จะต้องทำเรื่องราวผ่านแดนดังต่อไปนี้….

         

พอมาถึงสะพานผ่านแดน (สะพานมิตรภาพไทย-ลาว) ต้องทำอะไรบ้าง ???

          1. ต้องเขียนใบผ่านแดน (ขาออกประเทศไทย) *** ต้องเก็บขั้วขาเข้าไว้ด้วยนะครับ อย่าทิ้งเด็ดขาดเดี๋ยวงานงอก

          2. ยื่นกับ ตม. พร้อม passport

          3. ซื้อตั๋วรถข้ามฝากจากฝั่งไทย ไปฝั่งลาว ราคา 20 บาท

เนื่องจากเป็นช่วงเทศกาล การนั่งรถโดยสารจาก กทม. ไปหนองคาย เลยกลายเป็นขึ้นเครื่องไปยุโรปโดยปริยายครับ เพราะใช้เวลาถึง 15 ชั่วโมงเศษ T T เรื่องนี้สำคัญมากครับ ถ้าใช้วิธีเดียวกันกับผม แต่สำหรับใครที่นั่งรถ กทม. – เวียงจันทน์ ก็ไม่น่าจะมีปัญหาแต่ถ้าใครรีบหน่อยเหมือนผม ก็เหมาตุ๊ก ๆ ไปครับ อาจจะแพงหน่อย แต่ก็ซื้อเวลาเราได้พอสมควรค่าตุ๊ก ๆ ประมาณคนละ 30-80 บาทครับ แล้วแต่ว่าเราจะต่อได้แค่ไหน ผมต่อได้แค่ 60 บาท T T ** ให้จำไว้ว่า… ตั้งแต่เราลงจากรถที่หนองคาย เราก็เป็นเหยื่อของคนพวกนี้แล้วครับ ***1. ต้องเขียนใบผ่านแดน (ขาออกประเทศไทย) *** ต้องเก็บขั้วขาเข้าไว้ด้วยนะครับ อย่าทิ้งเด็ดขาดเดี๋ยวงานงอก2. ยื่นกับ ตม. พร้อม passport3. ซื้อตั๋วรถข้ามฝากจากฝั่งไทย ไปฝั่งลาว ราคา 20 บาท

Passport กับใบผ่านแดน

          หลังจากผ่านไปฝั่งลาว ต่อ ๆๆ… (นึกภาพตามนะครับ)

          4. เขียนใบผ่านแดน (ขาเข้าประเทศลาว)

          5. ซื้อ Ticket เพื่อจ่ายค่าเหยียบแผ่นดิน (ราคา 10,000 กีบ หรือประมาณ 47 บาท)

          6. ซื้อตั๋วรถเข้าเวียงจันทร์ ราคา 4,000-6,000 กีบครับ หรือประมาณ 25 บาท (จริง ๆ 20 บาทนะ ๕๕ ลองคุยกับเค้าดู)

         

แค่นี้คุณก็จะไปถึงเวียงจันทน์ภายใน 30 นาที จากสะพานฝั่งลาวครับ ^^

          สำหรับคนที่ไม่มี passport ก็ลำบากหน่อยนะครับ เพราะอยู่ลาวได้เพียงแค่ 3 วัน 2 คืนเท่านั้น และจะต้องทำเรื่องขอผ่านแดนที่ที่ว่าการอำเภออีกด้วย (แต่มีบริการครับ จ้างทำเอกสาร ราคา 100 บาท)


เอกสารขอผ่านแดนชั่วคราวก็จะมีดังนี้

          1. บัตรประชาชน

          2. รูปถ่าย 1 นิ้ว (เอาไปเผื่อทั้ง 1 นิ้วและ 2 นิ้วเลย เพื่อความชัวร์)

          3. เอกสารที่จะต้องกรอก

          หลัก ๆ ก็จะมีดังนี้ครับ แต่จะอาศัยอยู่ได้เพียงแค่ 3 วัน 2 คืนเท่านั้น หากเลยจากนั้นจะเสียค่าปรับวันละ 50 บาทครับ ^^

          หลังจากที่เดินทางมาถึง “เวียงจันทน์” ก็ต้องตกใจเล็กน้อยครับ เมืองหลวงบ้านเขา จะเหมือนตัวเมืองในอำเภอในต่างจังหวัดครับ อาจจะเซาะกราวนิดหนึ่ง แต่เราไม่เคยไป ก็ถือว่าเป็นเรื่องตื่นเต้นหมด ลงจากรถไม่ทันไร จะมีสามล้อเข้ามารุมขอลายเซ็น ถูยยย!!! ไม่ใช่นะครับ เขาจะให้เราเหมารถเขาต่างหาก 555 มาดูแผนที่เมืองกันดีกว่า จะได้เข้าใจง่ายขึ้น เนอะ ๆๆๆๆ

        

  เนื่องจากว่าตอนผมไปอะ มันเสียเวลากับการเดินทางในประเทศไทย เลยเหลือเวลาแค่ 2-3 ชั่วโมงในการอยู่เวียงจันทน์ ตามแผนจะต้องไปประมาณ 4 ที่ แต่ก็เลยถามสามล้อว่า…จะไปจองรถไปหลวงพระบางก่อน แล้วก็ไป ประตูชัย พระธาตุหลวง หอพระแก้ว คิดราคาเท่าไหร่…?

          สามล้อทำหน้างงอยู่นาน แล้วก็บอกว่า 1,000 บาท อุต๊ะ !  สะดุ้งสิครับ จากนั้นก็เดินหนี แล้วบอกว่าไม่ไป ๆๆๆๆๆ แพงเกิน ลดราคาลงมาเรื่อย ๆ จนถึง 500 บาท แต่ผมก็พอใจในราคานั้นครับ ก็เลยตอบตกลงไป เพราะว่าเค้าต้องวนไปส่งเราตั้ง 2 รอบ

          **** สำหรับเพื่อน ๆ ที่ไปลองต่อราคาให้เหลือ 200-300 บาท ดูนะครับ ผมว่าน่าจะทำได้ เพราะที่แต่ละที่ ใกล้กันมาก ๆ ไอ้เราไปแบบไม่รู้อะไร ก็เลยโอเคกับราคา 500 บาท ยังไงลองดูนะครับ ได้ไม่ได้ว่ากันอีกที****

          จากนั้น ก็ไปจองตั๋วครับ… รถเที่ยว เวียงจันทน์ – หลวงพระบาง ออกทุก 2 ชั่วโมงครับ ราคาปกติจะอยู่ที่ 130,000 กีบ ถ้ารถนอนจะอยู่ที่ 150,000 กีบครับ แต่เนื่องจากรถนอนเต็ม เราเลยไป VIP

         

จากนั้นก็ตระเวนเที่ยว…ที่แรกคือ พระธาตุหลวง!!!

          เรื่องราวของพระธาตุหลวงไปหาเอาเองนะครับ ผมจะ guide แต่วิธีเดินทาง กับแนะราคาที่ไม่โดนหลอกเท่านั้น 55555

หลังจากผ่านไปฝั่งลาว ต่อ ๆๆ… (นึกภาพตามนะครับ)4. เขียนใบผ่านแดน (ขาเข้าประเทศลาว)5. ซื้อ Ticket เพื่อจ่ายค่าเหยียบแผ่นดิน (ราคา 10,000 กีบ หรือประมาณ 47 บาท)6. ซื้อตั๋วรถเข้าเวียงจันทร์ ราคา 4,000-6,000 กีบครับ หรือประมาณ 25 บาท (จริง ๆ 20 บาทนะ ๕๕ ลองคุยกับเค้าดู)สำหรับคนที่ไม่มี passport ก็ลำบากหน่อยนะครับ เพราะอยู่ลาวได้เพียงแค่ 3 วัน 2 คืนเท่านั้น และจะต้องทำเรื่องขอผ่านแดนที่ที่ว่าการอำเภออีกด้วย (แต่มีบริการครับ จ้างทำเอกสาร ราคา 100 บาท)1. บัตรประชาชน2. รูปถ่าย 1 นิ้ว (เอาไปเผื่อทั้ง 1 นิ้วและ 2 นิ้วเลย เพื่อความชัวร์)3. เอกสารที่จะต้องกรอกหลังจากที่เดินทางมาถึง “เวียงจันทน์” ก็ต้องตกใจเล็กน้อยครับ เมืองหลวงบ้านเขา จะเหมือนตัวเมืองในอำเภอในต่างจังหวัดครับ อาจจะเซาะกราวนิดหนึ่ง แต่เราไม่เคยไป ก็ถือว่าเป็นเรื่องตื่นเต้นหมด ลงจากรถไม่ทันไร จะมีสามล้อเข้ามารุมขอลายเซ็น ถูยยย!!! ไม่ใช่นะครับ เขาจะให้เราเหมารถเขาต่างหาก 555 มาดูแผนที่เมืองกันดีกว่า จะได้เข้าใจง่ายขึ้น เนอะ ๆๆๆๆสามล้อทำหน้างงอยู่นาน แล้วก็บอกว่า 1,000 บาท อุต๊ะ ! สะดุ้งสิครับ จากนั้นก็เดินหนี แล้วบอกว่าไม่ไป ๆๆๆๆๆ แพงเกิน ลดราคาลงมาเรื่อย ๆ จนถึง 500 บาท แต่ผมก็พอใจในราคานั้นครับ ก็เลยตอบตกลงไป เพราะว่าเค้าต้องวนไปส่งเราตั้ง 2 รอบ**** สำหรับเพื่อน ๆ ที่ไปลองต่อราคาให้เหลือ 200-300 บาท ดูนะครับ ผมว่าน่าจะทำได้ เพราะที่แต่ละที่ ใกล้กันมาก ๆ ไอ้เราไปแบบไม่รู้อะไร ก็เลยโอเคกับราคา 500 บาท ยังไงลองดูนะครับ ได้ไม่ได้ว่ากันอีกที****จากนั้น ก็ไปจองตั๋วครับ… รถเที่ยว เวียงจันทน์ – หลวงพระบาง ออกทุก 2 ชั่วโมงครับ ราคาปกติจะอยู่ที่ 130,000 กีบ ถ้ารถนอนจะอยู่ที่ 150,000 กีบครับ แต่เนื่องจากรถนอนเต็ม เราเลยไป VIPเรื่องราวของพระธาตุหลวงไปหาเอาเองนะครับ ผมจะ guide แต่วิธีเดินทาง กับแนะราคาที่ไม่โดนหลอกเท่านั้น 55555

          ประตูชัย !!!

          ส่วนหอพระแก้วเราไปไม่ทันครับ เนื่องจากว่าเรามีเวลาน้อย กลัวตกรถ ต้องขอโทษที่ไม่ได้นำภาพมาให้เพื่อน ๆ ได้ดูครับ แต่แค่ 2 ที่นี้ ก็คงเห็นความอลังการของเมืองเวียงจันทน์แล้วล่ะนะ ^^ อิอิ

ประตูชัย !!!ส่วนหอพระแก้วเราไปไม่ทันครับ เนื่องจากว่าเรามีเวลาน้อย กลัวตกรถ ต้องขอโทษที่ไม่ได้นำภาพมาให้เพื่อน ๆ ได้ดูครับ แต่แค่ 2 ที่นี้ ก็คงเห็นความอลังการของเมืองเวียงจันทน์แล้วล่ะนะ ^^ อิอิ

          บริเวณประตูชัย จะเปิดให้ขึ้นไปชั้นบนสุดได้ถึงเวลา 5 โมงเย็นครับ แต่ต้องเสียค่าขึ้นด้วย 2,000 กีบ ถือว่าถูกมาก ๆ ครับ ก็ประมาณ 8 บาทไทยครับ มุมนี้เป็นวิวฝั่งตะวันตกจากประตูชัยครับ

          และมุมนี้คือฝั่งตะวันออกครับ ^^

บริเวณประตูชัย จะเปิดให้ขึ้นไปชั้นบนสุดได้ถึงเวลา 5 โมงเย็นครับ แต่ต้องเสียค่าขึ้นด้วย 2,000 กีบ ถือว่าถูกมาก ๆ ครับ ก็ประมาณ 8 บาทไทยครับ มุมนี้เป็นวิวฝั่งตะวันตกจากประตูชัยครับและมุมนี้คือฝั่งตะวันออกครับ ^^

          อีกมุมหนึ่งของพระธาตุหลวงครับ ^^เพิ่มเติมนะครับ พระธาตุหลวงเก็บค่าเข้าชมคนละ 20 บาทครับ

อีกมุมหนึ่งของพระธาตุหลวงครับ ^^เพิ่มเติมนะครับ พระธาตุหลวงเก็บค่าเข้าชมคนละ 20 บาทครับ

          จากนั้นพวกเราก็ นั่งสามล้อไปที่ Bus station สายเหนือทันที เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ระหว่างที่ไป พวกเรานั่งเลาะริมโขงไปเรื่อย ๆ จะเป็นสวนสาธารณะครับ มีผู้คนมาออกกำลังกายและจะมีตลาดเล็ก ๆ ให้เราซื้อของกินของใช้ บริเวณนั้น ที่สำคัญที่สุด !!! ชาเย็นที่เวียงจันทน์อร่อยมาก บริเวณริมน้ำโขงอะครับ นี่เลย บริเวณนี้ !!!

         

อย่างที่บอกไปตั้งแต่แรกครับ ราคาตั๋วรถโดยสาร จากเวียงจันทน์ไปหลวงพระบางราคา 130,000-150,000 กีบครับ ซึ่งตั๋วนี้คือราคาเดียวกับลงวังเวียงครับ เพราะมันเป็นถนนเส้นเดียวกัน ดังนั้นไม่ว่าคุณจะไปวังเวียงหรือหลวงพระบาง คุณก็จะต้องซื้อตั๋วราคาดังกล่าวครับ

จากนั้นพวกเราก็ นั่งสามล้อไปที่ Bus station สายเหนือทันที เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ระหว่างที่ไป พวกเรานั่งเลาะริมโขงไปเรื่อย ๆ จะเป็นสวนสาธารณะครับ มีผู้คนมาออกกำลังกายและจะมีตลาดเล็ก ๆ ให้เราซื้อของกินของใช้ บริเวณนั้น ที่สำคัญที่สุด !!! ชาเย็นที่เวียงจันทน์อร่อยมาก บริเวณริมน้ำโขงอะครับ นี่เลย บริเวณนี้ !!!

          การนั่งรถจากเวียงจันทน์ ไปวังเวียง ใช้เวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมง แต่การนั่งรถจากเวียงจันทน์ ไปหลวงพระบาง ใช้เวลา 10-13 ชั่วโมง แล้วแต่โอกาสครับ 555 และเราก็ต้องเดินทางต่อไปยังหลวงพระบางกันแล้ว…. ถึงสถานีขนส่งสายเหนือเวียงจันทน์แล้วครับ เรากำลังจะเดินทางไป หลวงพระบางกันแล้วล่ะว่าแล้วก็เตรียมตั๋วขึ้นมาครับนี่เลย ๆๆ

การนั่งรถจากเวียงจันทน์ ไปวังเวียง ใช้เวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมง แต่การนั่งรถจากเวียงจันทน์ ไปหลวงพระบาง ใช้เวลา 10-13 ชั่วโมง แล้วแต่โอกาสครับ 555 และเราก็ต้องเดินทางต่อไปยังหลวงพระบางกันแล้ว…. ถึงสถานีขนส่งสายเหนือเวียงจันทน์แล้วครับ เรากำลังจะเดินทางไป หลวงพระบางกันแล้วล่ะว่าแล้วก็เตรียมตั๋วขึ้นมาครับนี่เลย ๆๆ

See also  [NEW] 6 โน๊ตบุ๊ค 2021 ราคาไม่เกิน 15,000 บาท ผ่อน 0% | โน๊ตบุ๊ค ราคา 20000 - Rosalizahotel

นี่คือบรรยากาศหน้าเคาน์เตอร์ขายตั๋วครับ

          มาถึงที่แล้ว มีตั๋วแล้ว ก็เก็บของขึ้นรถกันได้เลยยยยยยยย เย่เย่!! เอ๊ะ ๆๆ แต่ ๆๆๆ ให้ตายเถอะครับ พนักงานกำลังยัดมอเตอร์ไซค์ honda wave ใส่ล่างห้องเก็บของของรถบัส นี่สงสัยมากเลยว่า ฟรีหรือเสียตังค์ แต่ยังไงก็แล้วแต่ Unseen in Laos จริง ๆ ครับเพื่อน ๆ ๕๕๕

          จากนั้นก็เดินทางกันเลยครับ ปลายทางคือ “หลวงพระบาง”

          บรรยากาศในรถ VIP ลาว ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิดนะจะบอกให้ หลับสบายมากกกเลยย อิอิ หมดไปแล้วครับ 2 วันแรก เดี๋ยวจะสรุปค่าใช้จ่าย 2 วันแรกให้ดูว่า หมดตังค์ไปเท่าไหร่แล้ว

         

สรุปค่าใช้จ่ายวันแรก

          – ค่ารถ กทม. หนองคาย 680 บาท
          – ค่ารถหนองคายไปสะพานมิตรภาพ 60 บาท
          – ค่ารถข้ามฝาก 20 บาท
          – ค่าเหยียบแผ่นดิน 47 บาท
          – ค่าเข้าตัวเมืองเวียง 25 บาท
          – ค่ากินรวม ๆ วันแรก 160 บาท
          – ค่าตุ๊ก ๆ ทัวร์รอบเมือง 250 บาท
          – ค่าชมประตูชัย 10 บาท
          – ค่าเข้าชมพระธาตุหลวง 20 บาท
          – ค่ารถ เวียงจันทน์ ไปหลวงพระบาง 530 บาท

มาถึงที่แล้ว มีตั๋วแล้ว ก็เก็บของขึ้นรถกันได้เลยยยยยยยย เย่เย่!! เอ๊ะ ๆๆ แต่ ๆๆๆ ให้ตายเถอะครับ พนักงานกำลังยัดมอเตอร์ไซค์ honda wave ใส่ล่างห้องเก็บของของรถบัส นี่สงสัยมากเลยว่า ฟรีหรือเสียตังค์ แต่ยังไงก็แล้วแต่ Unseen in Laos จริง ๆ ครับเพื่อน ๆ ๕๕๕จากนั้นก็เดินทางกันเลยครับ ปลายทางคือ “หลวงพระบาง”บรรยากาศในรถ VIP ลาว ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิดนะจะบอกให้ หลับสบายมากกกเลยย อิอิ หมดไปแล้วครับ 2 วันแรก เดี๋ยวจะสรุปค่าใช้จ่าย 2 วันแรกให้ดูว่า หมดตังค์ไปเท่าไหร่แล้ว- ค่ารถ กทม. หนองคาย 680 บาท- ค่ารถหนองคายไปสะพานมิตรภาพ 60 บาท- ค่ารถข้ามฝาก 20 บาท- ค่าเหยียบแผ่นดิน 47 บาท- ค่าเข้าตัวเมืองเวียง 25 บาท- ค่ากินรวม ๆ วันแรก 160 บาท- ค่าตุ๊ก ๆ ทัวร์รอบเมือง 250 บาท- ค่าชมประตูชัย 10 บาท- ค่าเข้าชมพระธาตุหลวง 20 บาท- ค่ารถ เวียงจันทน์ ไปหลวงพระบาง 530 บาท

          รวมค่าใช้จ่ายวันแรก ประมาณ 1,800 บาทครับ

          สวัสดีตอนเช้าหลวงพระบาง เรามาถึงตอนประมาณ 7 โมงเช้าครับ นั่งรถ 10 กว่าชั่วโมงกันเลยทีเดียว จากนั้นเราก็เดินออกจากสถานีขนส่งครับ *** ตั้งใจฟังนะครับ ถ้าอยากได้ที่พักคืนละ 200 บาท***

สวัสดีตอนเช้าหลวงพระบาง เรามาถึงตอนประมาณ 7 โมงเช้าครับ นั่งรถ 10 กว่าชั่วโมงกันเลยทีเดียว จากนั้นเราก็เดินออกจากสถานีขนส่งครับ *** ตั้งใจฟังนะครับ ถ้าอยากได้ที่พักคืนละ 200 บาท***

          พอเราเดินออกจากประตูของสถานีขนส่ง ให้เดินตรงไปทางซ้ายมือครับประมาณ 100 เมตร ก็จะเจอสามแยก จะมีเสาความสัมพันธ์ไทยกับลาวกลางแยกเลยถ้ามองเยื้องไปทางซ้าย จะเจอสนามกีฬาขนาดใหญ่ ถ้ามองไปทางขวาจะเจอร้าน ดาวฟ้า (ผับ ตื๊ด) ให้เราเลี้ยวซ้ายนะครับ ตรงไปอีก 30 เมตร จะเจอหอพักราคาถูกแถบนั้นเต็มเลย

พอเราเดินออกจากประตูของสถานีขนส่ง ให้เดินตรงไปทางซ้ายมือครับประมาณ 100 เมตร ก็จะเจอสามแยก จะมีเสาความสัมพันธ์ไทยกับลาวกลางแยกเลยถ้ามองเยื้องไปทางซ้าย จะเจอสนามกีฬาขนาดใหญ่ ถ้ามองไปทางขวาจะเจอร้าน ดาวฟ้า (ผับ ตื๊ด) ให้เราเลี้ยวซ้ายนะครับ ตรงไปอีก 30 เมตร จะเจอหอพักราคาถูกแถบนั้นเต็มเลย

          ผมได้ห้องพักราคา 280 บาทครับ อาจจะเก่าหน่อย แต่มีแอร์ พัดลม ทีวี เครื่องทำน้ำอุ่น ให้ครบครับ หลังจากนั้น เราก็โบกรถสามล้อครับ คนละ 20 บาท ไปตลาดมืดเพื่อไปเช่ามอเตอร์ไซค์….

ผมได้ห้องพักราคา 280 บาทครับ อาจจะเก่าหน่อย แต่มีแอร์ พัดลม ทีวี เครื่องทำน้ำอุ่น ให้ครบครับ หลังจากนั้น เราก็โบกรถสามล้อครับ คนละ 20 บาท ไปตลาดมืดเพื่อไปเช่ามอเตอร์ไซค์….

          ผมจำชื่อร้านเช่ามอเตอร์ไซค์ไม่ได้ครับ แต่จะบอกในแผนที่ให้นะตามนี้เลย ค่าเช่ามอเตอร์ไซค์จะอยู่ที่ 100,000 จนถึง 200,000 กีบ คิดตาม CC เลยครับ อย่างกรณีผม เอา 125 cc ก็ราคาตกอยู่ที่ 160,000 กีบครับ ถือว่าแพงมากเมื่อเทียบกับบ้านเรา

ผมจำชื่อร้านเช่ามอเตอร์ไซค์ไม่ได้ครับ แต่จะบอกในแผนที่ให้นะตามนี้เลย ค่าเช่ามอเตอร์ไซค์จะอยู่ที่ 100,000 จนถึง 200,000 กีบ คิดตาม CC เลยครับ อย่างกรณีผม เอา 125 cc ก็ราคาตกอยู่ที่ 160,000 กีบครับ ถือว่าแพงมากเมื่อเทียบกับบ้านเรา

          จากนั้นก็ไปตลาดมืดไปหาอะไรทานครับ ส่วนตัวผม Sandwich คืออะไรที่ง่ายที่สุดแล้ว ราคาเท่า ๆ กับก๋วยเตี๋ยวและส้มตำเลย ๕๕ รับรองว่าอิ่มครับ ถ้าใครเคยกิน Subway ก็เข้าทางเลยครับ แบบเดียวกัน แต่อาจจะถูกกว่าซะด้วยซ้ำแถมรสชาติบาดใจมากกกก

จากนั้นก็ไปตลาดมืดไปหาอะไรทานครับ ส่วนตัวผม Sandwich คืออะไรที่ง่ายที่สุดแล้ว ราคาเท่า ๆ กับก๋วยเตี๋ยวและส้มตำเลย ๕๕ รับรองว่าอิ่มครับ ถ้าใครเคยกิน Subway ก็เข้าทางเลยครับ แบบเดียวกัน แต่อาจจะถูกกว่าซะด้วยซ้ำแถมรสชาติบาดใจมากกกก

          ราคาอยู่ที่ 10,000-20,000 กีบครับ แล้วแต่เราจะสั่งเลย ^^

ราคาอยู่ที่ 10,000-20,000 กีบครับ แล้วแต่เราจะสั่งเลย ^^

          ตามแพลน วันนี้เราต้องไป ตาดกวางสี ช่วงบ่ายจะไปตาดแซ มาลุยกันต่อเลยครับ ^^ ตามแผนที่เลยนะครับ จากตัวเมืองไป ตาดกวางสีประมาณ 36 กิโลเมตรครับ

         

ระหว่างการเดินทาง เราจะได้เห็นทุ่งหญ้า ภูเขาที่สูง ๆ ไม่เหมือนประเทศไทยครับ ทุก ๆ 5 กิโลเมตรจะมีหมู่บ้าน แต่ละหมู่บ้านก็จะมีการละเล่นกันเต็มไปหมดเลย รวมถึงมีเด็กมาขายของ และเด็กมายืนรอให้นักท่องเที่ยวถ่ายรูปครับ

ตามแพลน วันนี้เราต้องไป ตาดกวางสี ช่วงบ่ายจะไปตาดแซ มาลุยกันต่อเลยครับ ^^ ตามแผนที่เลยนะครับ จากตัวเมืองไป ตาดกวางสีประมาณ 36 กิโลเมตรครับ

          ภาพเหล่านั้น อยากให้ไปเห็นเองครับ ต้องเข้าไปทำกิจกรรมกับเขา ถึงจะรู้คุณค่าครับ ผมได้มีโอกาสได้ไปดูน้อง ๆ เล่นลูกข่างชาวบ้าน ซึ่งเป็นประเพณีกว่า 100 ปีของประเทศลาวเลยก็ว่าได้ นี่เป็นภาพบางส่วนที่เราแวะถ่ายรูปข้างทางครับ ให้เอาลงหมดคงไม่ไหว ๕๕๕

         

เนื่องจากผมซ่าครับ การขับรถเลนขวาจึงไม่ใช่เรื่องยากสำหรับผม ผมชอบอะไรท้าทายอยู่แล้ว 36 กิโลเมตร จึงใช้เวลาแค่ชั่วโมงเดียว (ทางโค้งขึ้นเขาลงเขา) พอไปถึงจะเห็นรถจอดเต็มไปหมดเลยครับ จะมีร้านอาหาร ร้านของฝากเต็มไปหมด ต้องเสียค่าเข้า คนละ 20,000 กีบครับ หรือประมาณ 80 บาทไทยนั่นเอง หลังจากที่เข้าไปในตาดกวางสี จะมีทางให้เดิน 2 ทางครับ คือทางไปน้ำตก กับทางชมธรรมชาติ

ภาพเหล่านั้น อยากให้ไปเห็นเองครับ ต้องเข้าไปทำกิจกรรมกับเขา ถึงจะรู้คุณค่าครับ ผมได้มีโอกาสได้ไปดูน้อง ๆ เล่นลูกข่างชาวบ้าน ซึ่งเป็นประเพณีกว่า 100 ปีของประเทศลาวเลยก็ว่าได้ นี่เป็นภาพบางส่วนที่เราแวะถ่ายรูปข้างทางครับ ให้เอาลงหมดคงไม่ไหว ๕๕๕

          แนะนำครับ…. ให้เพื่อน ๆ เดินไปทางชมธรรมชาตินะครับ จะได้เห็นหมีดำ กับหมีน้ำตาลด้วย น่ารักมาก ๆๆ หลังจากนั้ันเดินไปไม่ถึง 3 นาที ทุกคนก็จะได้เจอภาพ ๆ นี้เหมือนผมครับ

แนะนำครับ…. ให้เพื่อน ๆ เดินไปทางชมธรรมชาตินะครับ จะได้เห็นหมีดำ กับหมีน้ำตาลด้วย น่ารักมาก ๆๆ หลังจากนั้ันเดินไปไม่ถึง 3 นาที ทุกคนก็จะได้เจอภาพ ๆ นี้เหมือนผมครับ

          เราใช้เวลาอยู่ตาดกวางสีนานหน่อยครับ ราว ๆ 2-3 ชั่วโมงเลย เพราะมันสวยมากจริง ๆ หลังจากนั้นเราก็มุ่งหน้าไปยังตาดแซ ในช่วงบ่ายครับ ^^

          จำแผนที่กันได้ไหมเอ่ยยยย ถ้าใครไม่เข้าใจให้ขึ้นไปดูแผนที่ด้านบนนะครับ มันจะต่อกัน หลังจากที่เราเยี่ยมชม “ตาดกวางสี” เสร็จเรียบร้อยทานข้าวบริเวณนั้นเลยจะดีมากครับ… เราก็เดินทางกลับเข้ามาในเมืองก่อน แล้วก็มุ่งหน้าไปยัง “ตาดแซ” ตาดแซไม่ไกลจากตัวเมืองมากเท่าไหร่ครับ ประมาณ 15 กิโลเมตร คิดเล่น ๆ เราขับรถไปกลับเฉพาะวันนี้ 2 ที่ปาไป ร้อยโลกันเลยทีเดียว

เราใช้เวลาอยู่ตาดกวางสีนานหน่อยครับ ราว ๆ 2-3 ชั่วโมงเลย เพราะมันสวยมากจริง ๆ หลังจากนั้นเราก็มุ่งหน้าไปยังตาดแซ ในช่วงบ่ายครับ ^^

          นี่ครับ แผนที่

          ขับไปจากตัวเมืองไม่ถึง 30 นาทีครับ ก็จะเจอทางเลี้ยวซ้าย เข้าไปยังหมู่บ้านหนึ่ง จะเขียนว่า “ตาดแซ” ป้ายใหญ่มาก ๆๆ เลยปั๊ม ปตท.ลาวไปไม่ไกลมากครับ พอเข้าไปที่หมู่บ้าน ก็จะมีชาวบ้านมาเก็บค่าต๋ง ไม่ให้นำรถเข้าไปครับ จะเก็บค่าจอดรถคันละ 20 บาท จากนั้นจะให้เราเดินเข้าไปในหมู่บ้านครับ ประมาณ 500 เมตร ก็จะถึงท่าเรือครับ

นี่ครับ แผนที่ขับไปจากตัวเมืองไม่ถึง 30 นาทีครับ ก็จะเจอทางเลี้ยวซ้าย เข้าไปยังหมู่บ้านหนึ่ง จะเขียนว่า “ตาดแซ” ป้ายใหญ่มาก ๆๆ เลยปั๊ม ปตท.ลาวไปไม่ไกลมากครับ พอเข้าไปที่หมู่บ้าน ก็จะมีชาวบ้านมาเก็บค่าต๋ง ไม่ให้นำรถเข้าไปครับ จะเก็บค่าจอดรถคันละ 20 บาท จากนั้นจะให้เราเดินเข้าไปในหมู่บ้านครับ ประมาณ 500 เมตร ก็จะถึงท่าเรือครับ

          จะต้องจ่ายอีกคนละ 10 บาท เพื่อนั่งเรือข้ามฟากไปยังตาดแซครับ ระหว่างที่เดินทางบังเอิญเจอพี่ ๆ คนไทยที่ไปกันสองคนเหมือนพวกเราครับ ก็ได้คุยกัน แลกเปลี่ยนประสบการณ์ครับ สนุกดี…

นี่เป็นท่าเรือก่อนข้ามไปตาดแซครับ

          แล้วก็มาถึงตาดแซครับ จะลงแค่รูปนะครับ ไม่สาธยายอะไรมาก จริงๆ ที่ตาดแซ มีกิจกรรมเยอะมากนะครับ เป็นพวกสลิงโรยตัวข้ามน้ำตก ขี่ช้าง และก็บลา ๆๆ ครับ ตอนเราไปมัน 4 โมงเย็นแล้ว นักท่องเที่ยวกลับกันหมด แต่ขอ Confirm ว่า น้ำใสจนเหลียวกันเลยทีเดียว ๕๕๕๕

จะต้องจ่ายอีกคนละ 10 บาท เพื่อนั่งเรือข้ามฟากไปยังตาดแซครับ ระหว่างที่เดินทางบังเอิญเจอพี่ ๆ คนไทยที่ไปกันสองคนเหมือนพวกเราครับ ก็ได้คุยกัน แลกเปลี่ยนประสบการณ์ครับ สนุกดี…แล้วก็มาถึงตาดแซครับ จะลงแค่รูปนะครับ ไม่สาธยายอะไรมาก จริงๆ ที่ตาดแซ มีกิจกรรมเยอะมากนะครับ เป็นพวกสลิงโรยตัวข้ามน้ำตก ขี่ช้าง และก็บลา ๆๆ ครับ ตอนเราไปมัน 4 โมงเย็นแล้ว นักท่องเที่ยวกลับกันหมด แต่ขอ Confirm ว่า น้ำใสจนเหลียวกันเลยทีเดียว ๕๕๕๕

          มีให้แค่ 2 ภาพนะครับ เหนื่อยมาก ขี้เกียจถ่ายแล้ว

มีให้แค่ 2 ภาพนะครับ เหนื่อยมาก ขี้เกียจถ่ายแล้ว

          ขากลับแวะถ่ายปั๊ม ปตท. ที่ลาวมาให้เพื่อน ๆ ดูครับ ราคาเท่า ๆ บ้านเราเลย

ขากลับแวะถ่ายปั๊ม ปตท. ที่ลาวมาให้เพื่อน ๆ ดูครับ ราคาเท่า ๆ บ้านเราเลย

          พอกลับมาถึงที่พักก็สลบไปเลยครับ ขับรถทั้งวัน แต่ไม่นานก็ฟื้นและไปตลาดมืดต่อครับ สำหรับตลาดมืดก็ไม่ไกลจากที่พักเรามากครับ ตามแผนที่เลย

พอกลับมาถึงที่พักก็สลบไปเลยครับ ขับรถทั้งวัน แต่ไม่นานก็ฟื้นและไปตลาดมืดต่อครับ สำหรับตลาดมืดก็ไม่ไกลจากที่พักเรามากครับ ตามแผนที่เลย

          ตลาดมืดที่หลวงพระบาง ส่วนใหญ่จะขายของ handmade ครับ เป็นของซ้ำ ๆ กัน บรรยากาศส่วนใหญ่จะเป็นชาวต่างชาติมากกว่า

        

  แต่ที่ผมติดใจที่ตลาดมืดคือ ร้าน ๆ นี้ครับ ร้าน Buffet 10,000 กีบ หลักการง่าย ๆ ให้จานมา 1 ใบ คุณจะตักเท่าไหร่ก็ได้ตามใจคุณเลยแต่ตักได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น ที่เด็ดไปกว่านั้นคือ พอเราตักเสร็จ ก็จะส่งให้เขาเอาไปผัดรวมกันครับ คล้าย ๆ ไปเข้าค่าย รด. เลยครับ แปลก แต่เด็ดดี คิวจะยาวกว่าร้านอื่น ๆ หน่อยครับ เรียกได้ว่า เป็นสวรรค์ของ Backpacker เลย

          *** สังเกตง่าย ๆ ครับ พอเราเดินเข้าไปในตลาดมืด ประมาณซอยที่ 2-4 ครับ ราว ๆ นี้ จะอยู่ฝั่งซ้ายมือครับ สังเกตไม่ยาก***

        

  นอกจากตลาดมืด ผมก็แนะนำอีกอย่างครับ นวดน้ำมันที่ตลาดมืดครับ จะมีอยู่ร้านสองร้าน ราคาถูกกว่าที่ไทยมากครับ นวดชั่วโมงละ 200 บาท (นวดน้ำมัน) ผมจัดไปละ

          และก็อีกอย่างที่ผมไปก็คือ ผับที่หลวงพระบางครับ ผับชื่อ “ดาวฟ้า” ส่วนใหญ่เล่นเพลงไทยครับ เบียร์ในร้านขายขวดละ 40 บาทครับ ปิดเที่ยงคืนเป๊ะ ๕๕๕

          หลังจากที่เที่ยวผับ วัยรุ่นบางส่วนจะกลับบ้าน และบางส่วนจะนั่งต่อร้านปิ้งย่างครับ อยู่ข้างหน้าผับเลยครับ ตรงข้ามถนนกัน ยังไงลองดูนะครับ ดาวฟ้าอยู่ตรงข้าม บขส. เลยครับ (บขส. ที่รถพาเรามาส่งนั้นแหละ)

ตลาดมืดที่หลวงพระบาง ส่วนใหญ่จะขายของ handmade ครับ เป็นของซ้ำ ๆ กัน บรรยากาศส่วนใหญ่จะเป็นชาวต่างชาติมากกว่า*** สังเกตง่าย ๆ ครับ พอเราเดินเข้าไปในตลาดมืด ประมาณซอยที่ 2-4 ครับ ราว ๆ นี้ จะอยู่ฝั่งซ้ายมือครับ สังเกตไม่ยาก***และก็อีกอย่างที่ผมไปก็คือ ผับที่หลวงพระบางครับ ผับชื่อ “ดาวฟ้า” ส่วนใหญ่เล่นเพลงไทยครับ เบียร์ในร้านขายขวดละ 40 บาทครับ ปิดเที่ยงคืนเป๊ะ ๕๕๕หลังจากที่เที่ยวผับ วัยรุ่นบางส่วนจะกลับบ้าน และบางส่วนจะนั่งต่อร้านปิ้งย่างครับ อยู่ข้างหน้าผับเลยครับ ตรงข้ามถนนกัน ยังไงลองดูนะครับ ดาวฟ้าอยู่ตรงข้าม บขส. เลยครับ (บขส. ที่รถพาเรามาส่งนั้นแหละ)

          มาหลวงพระบาง ต้องมาตักบาตรข้าวเหนียวครับ บริเวณที่สามารถตักบาตรได้ จะอยู่ใกล้ ๆ ตลาดมืดครับ จริง ๆ ก็สามารถตักได้ทุกที่ แต่แค่เราจะไม่มีของมาใส่บาตรพระเท่านั้นเอง ถ้าไปแหล่งท่องเที่ยว จะมีชุดตักบาตรครับ ราคาต่อชุด ชุดละ 100 บาท เท่านั้นครับ

See also  [Update] ร้านอาหารคลีน HEALTHY 5 เพื่อคนรักสุขภาพ | เมนู รัก สุขภาพ - Rosalizahotel

มาหลวงพระบาง ต้องมาตักบาตรข้าวเหนียวครับ บริเวณที่สามารถตักบาตรได้ จะอยู่ใกล้ ๆ ตลาดมืดครับ จริง ๆ ก็สามารถตักได้ทุกที่ แต่แค่เราจะไม่มีของมาใส่บาตรพระเท่านั้นเอง ถ้าไปแหล่งท่องเที่ยว จะมีชุดตักบาตรครับ ราคาต่อชุด ชุดละ 100 บาท เท่านั้นครับ

          และที่พลาดไม่ได้ ที่คนไทยเลื่องลือกัน ว่า… มาหลวงพระบาง ต้องไปร้านนี้ครับ “ประชานิยม” ให้ตายเถอะ คนเยอะมากครับพี่น้อง

          แต่รู้เปล่าในความคิดผม ชงชาชงกาแฟได้ห่วยมาก จืด ข้าวต้มก็กาก ไม่อร่อยเลยครับ แต่ยังไงลองไปชิมเองนะครับ

นี่ครับ แผนที่

และที่พลาดไม่ได้ ที่คนไทยเลื่องลือกัน ว่า… มาหลวงพระบาง ต้องไปร้านนี้ครับ “ประชานิยม” ให้ตายเถอะ คนเยอะมากครับพี่น้องแต่รู้เปล่าในความคิดผม ชงชาชงกาแฟได้ห่วยมาก จืด ข้าวต้มก็กาก ไม่อร่อยเลยครับ แต่ยังไงลองไปชิมเองนะครับ

       

   หลังจากที่เก็บกิจกรรม “ตักบาตรข้าวเหนียว” และ “ประชานิยมเสร็จ” เรามาทัวร์รอบเมืองกันครับ จะบอกว่า มีแต่รูปนะครับ ข้อมูลต่าง ๆ ไปหากันเอง เพราะในหลวงพระบางมีวัดเยอะมาก แต่ที่จะแนะนำก็คือ ไปหลวงพระบาง ต้องลอง 2 อย่างนี้ครับ

          1. ตำลาว

          2. ปลาปิ้ง

1. ตำลาว2. ปลาปิ้ง

          ถ้าสังเกต ๆ นะครับ เมืองหลวงพระบาง จะเป็นเมืองที่ยังดำรงตึกรามบ้านช่องสมัยเก่า ๆ ไว้อยู่ ทุกอย่างจะดู classic มาก ๆ อยากให้ทุกคนไปสัมผัสกันเองครับ ค่าเข้าชมแต่ละวัดจะต้องเสียค่าเข้าชมด้วยครับ ขั้นต่ำอยู่ที่ 10,000-20,000 กีบครับ ก็เลือกเอาแล้วกันครับ ว่าอยากเสียตังค์วัดไหน ไม่จำเป็นต้องเข้าไปชมทุกที่ก็ได้ครับ มันเปลืองตังค์ ดูแค่ภายนอกก็พอ เนอะ ๆๆ ผมคงจะลงรูปเพียงเท่านี้ เพราะถึงเวลาที่เราจะเดินทางไป “วังเวียง” กันต่อแล้ว…

ถ้าสังเกต ๆ นะครับ เมืองหลวงพระบาง จะเป็นเมืองที่ยังดำรงตึกรามบ้านช่องสมัยเก่า ๆ ไว้อยู่ ทุกอย่างจะดู classic มาก ๆ อยากให้ทุกคนไปสัมผัสกันเองครับ ค่าเข้าชมแต่ละวัดจะต้องเสียค่าเข้าชมด้วยครับ ขั้นต่ำอยู่ที่ 10,000-20,000 กีบครับ ก็เลือกเอาแล้วกันครับ ว่าอยากเสียตังค์วัดไหน ไม่จำเป็นต้องเข้าไปชมทุกที่ก็ได้ครับ มันเปลืองตังค์ ดูแค่ภายนอกก็พอ เนอะ ๆๆ ผมคงจะลงรูปเพียงเท่านี้ เพราะถึงเวลาที่เราจะเดินทางไป “วังเวียง” กันต่อแล้ว…

          หลังจากที่ทัวร์มาทั้งวัน ก็กลับห้องเก็บของ เตรียมตัวเดินทางไปวังเวียงครับ ราคาตั๋วรถนอนไปวังเวียง จะเท่ากับเวียงจันทน์ครับ เพราะเป็นสายเดียวกัน เก็บราคาเดียวกัน คุณจะลงตรงไหนก็ได้ ราคารถนอนอยู่ที่ 150,000 กีบครับ ก็ประมาณ 740 บาท ครับ ไม่ต้องห่วงเลยครับ ว่าการเดินทางจะลำบาก เพราะรถนอนที่ลาว ดีกว่าไทยเยอะครับ

หลังจากที่ทัวร์มาทั้งวัน ก็กลับห้องเก็บของ เตรียมตัวเดินทางไปวังเวียงครับ ราคาตั๋วรถนอนไปวังเวียง จะเท่ากับเวียงจันทน์ครับ เพราะเป็นสายเดียวกัน เก็บราคาเดียวกัน คุณจะลงตรงไหนก็ได้ ราคารถนอนอยู่ที่ 150,000 กีบครับ ก็ประมาณ 740 บาท ครับ ไม่ต้องห่วงเลยครับ ว่าการเดินทางจะลำบาก เพราะรถนอนที่ลาว ดีกว่าไทยเยอะครับ

          ในรถจะมีน้ำ 1 ขวด ข้าว 1 กล่อง ขนม 1 ถุง และผ้าห่ม 1 ผืนครับ เรียกได้ว่า หลับไปตื่นมาเที่ยวได้เลย ๕๕๕ แต่ที่ Unseen ไปกว่านั้นคือพนักงานจะปูพรมแดงให้เรา ก่อนขึ้นรถครับ ๕๕๕๕  เรียกได้ว่าเราเป็นดาราฮอลลีวูดกันเลยทีเดียว

ในรถจะมีน้ำ 1 ขวด ข้าว 1 กล่อง ขนม 1 ถุง และผ้าห่ม 1 ผืนครับ เรียกได้ว่า หลับไปตื่นมาเที่ยวได้เลย ๕๕๕ แต่ที่ Unseen ไปกว่านั้นคือพนักงานจะปูพรมแดงให้เรา ก่อนขึ้นรถครับ ๕๕๕๕ เรียกได้ว่าเราเป็นดาราฮอลลีวูดกันเลยทีเดียว

เอาล่ะครับ ระหว่างเดินทางไปวังเวียง มาสรุปค่าใช้จ่ายที่อยู่หลวงพระบางกันดีกว่า

          1. ค่าที่พัก 1 คืน คนละ 143 บาท

 
          2. ค่าเช่ามอเตอร์ไซค์ 2 วัน คนละ 650 บาท

          3. ค่าตักบาตรข้าวเหนียวคนละ 50 บาท

          4. ค่าเข้าตาดกวางสี คนละ 80 บาท

          5. ค่าเข้าตาดแซ คนละ 60 บาท

          6. ค่าเรือเข้าตาดแซ คนละ 10 บาท

          7. ค่าน้ำมัน คนละ 40 บาท

          8. ค่านวดน้ำมันคนละ 200 บาท

          9. ค่ากินข้าวรวม ๆ คนละ 250 บาท

          10. ค่าเข้าวัดเชียงทอง คนละ 80 บาท

          11. ค่าเข้าชมวัดพูสี คนะล 80 บาท

          12. ค่ารถจาก หลวงพระบางไปวังเวียง 640 บาท

          13. ค่าฟุุ่มเฟือย เบียร์ เที่ยว บลา ๆ 300 บาท

         

รวมเป็นเงินประมาณ 2,500 บาท

          เพราะฉะนั้น ตั้งแต่ กทม.-เวียงจันทน์-หลวงพระบาง เราใช้เงินทั้งสิ้น 1,800 + 2,500 = 4,300 บาทครับ (คิดเผื่อค่ากินแล้วด้วยนะเนี่ย ๕๕)

          ตามเวลาการเดินทาง เราออกจากหลวงพระบางตอน 2 ทุ่ม เพราะฉะนั้น…จะมาถึงวังเวียงตอน ตีสอง-ตีสามแน่ ๆ ๕๕ แต่ก็ช่างมัน เอาเป็นว่า ลุยมาถึงขั้นนี้แล้ว ก็ลุยกันต่อไป….

         

และก็เป็นไปอย่างที่ผมคิดเป๊ะ ๆๆ ครับ มาถึงวังเวียงตอนตี 2 จริง ๆ ด้วย หลังจากผมกับน้อง ลงจากรถเสร็จ ก็เหมือนเดิมครับ สามล้อมารุมตอมเต็มเลย เขาถามว่าจะไปไหน ผมบอกว่าหาที่พัก ยังไม่ได้จองที่พัก เขาบอกผมว่า มา ๆ ไปไหม ๆ จะพาไปหาที่พัก ผมถามว่าอยู่ไกลมั้ย เขาบอกว่าก็ประมาณ 2 km (แต่ชี้ไปอีกทางที่ออกนอกเมือง)

          ผมก็แบบ เอิ่มมมม…คิดเท่าไหร่..ทำท่าคิดอยู่นานแล้วบอกว่า คนละ 200 บาท ผมเลยเดินหนี แล้วบอกว่า ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวหาทางไปเอง จากนั้นตรงที่รถจอด มีร้านขายลูกชิ้นปิ้งร้านหนึ่ง กำลังจะปิดร้าน ก็เลยเข้าไปถามว่า… พี่ครับ ในเมืองไปทางไหน ทางนี้หรือทางโน้น (ชี้ตามที่สามล้อมันบอก กับทางที่เราสงสัยว่าน่าจะใช่มากกว่า)

          พี่เขาบอกว่า… นี่ไงในเมือง เดินข้ามสนามบินเก่าไปก็ถึงแล้ว ๕๕๕๕ จะบ้าตาย ดีนะ ไม่เชื่อพี่ ๆ สามล้อออออออออ ใจดี ถูยยย !!!

          เกือบเสียตังค์แล้ว สรุป ก็เลยเดินเข้าไปในเมืองตอนตีสองกว่า ๆ เข้าไปหาที่พักครับ

        

  เหตุการณ์สนุกไปกว่านั้นคือ ไล่เคาะตามบ้านเลยจ้าาา เพราะว่าไม่ได้เปิด sim ที่ลาวไว้ ก็สงสารพี่ ๆ เขาเหมือนกัน เพราะบางคนที่เขาตื่นขึ้นมา เราก็ไม่เอา แถมบางที่ก็เต็ม บางราย เราเข้าไปดูห้องแล้วแต่ก็ปฏิเสธ จนเขาลดราคาให้เราเหลือคืนละ 40 บาท โอ้วแม่เจ้าาาาาาาา > <

          เอาเป็นว่าคืนนั้น หาที่พักได้ในราคาตั้งแต่ 40, 60, 100, 200, 400 และ 600 บาทเลยครับ แต่สุดท้าย ด้วยความที่คิดว่า ปีใหม่ทั้งที ก็ขอห้องมันดี ๆ หน่อยแล้วกัน มีแอร์ wi-fi เครื่องทำน้ำอุ่น และทีวี ราคานี้ อยู่ที่ 400 บาทครับ ๕๕๕ จากนั้นก็เก็บของ และตั้งปลุกตอน 8 โมงเช้า เพื่อที่จะทัวร์วังเวียงแบบ one day trip

          ต้องขอโทษจริง ๆ ครับ ที่ไม่มีภาพเลย เพราะว่าชุลมุนมาก แบบ… มันเหนื่อยและก็ตื่นเต้น อยู่ตอนกลางคืนในที่ที่เราไม่รู้จัก แถมไม่มีใครด้วย ก็เลยระวังตัวครับ ไม่กล้าเอากล้องออกมา…ยังไงก็จินตนาการตามไปนะครับ….

         

เราเดินจากที่พักไปทางแม่น้ำซองครับ ไม่มีการจองใด ๆ ทั้งนั้นครับ ย้ำ พวกเรา walk in ทุกอย่างเลย จนมาเจอร้าน ๆ หนึ่งครับ สอบถามเกี่ยวกับ one day trip ได้ราคาประมาณ 500 กว่าบาท เลยไปถามร้านที่สอง ได้ราคา 400 บาท ก็เลยตกลงเอาร้านที่สองครับ เพราะตอนนั้น 9 โมงเช้าแล้ว กลัวจะเที่ยวไม่ทัน เที่ยวไม่หมดตามโปรแกรมของเขา *** จริง ๆ แล้ว ถ้าเพื่อน ๆ ลองหาดี ๆ มีบางบริษัท ราคาประมาณ 300 บาทครับ***

          นี่เป็นตัวอย่าง สถานที่ท่องเที่ยว ของ “วังเวียง” ครับ

นี่เป็นตัวอย่าง สถานที่ท่องเที่ยว ของ “วังเวียง” ครับ

          หลังจากนั้นก็ขับรถออกจากตัวเมืองไปประมาณ 30 นาทีครับ แผนที่วังเวียง : เอามาให้ดูประกอบครับ

หลังจากนั้นก็ขับรถออกจากตัวเมืองไปประมาณ 30 นาทีครับ แผนที่วังเวียง : เอามาให้ดูประกอบครับ

          และแล้วก็มาถึงทางเข้าไปทำกิจกรรมวันแรกแล้วครับ…. เป็นไงบ้าง บรรยากาศ ชิลไปป่ะ ?? 555555 หลังจากที่รถจอด พนักงานจะแจกชูชีพให้เราครับ และเราต้องรับผิดชอบตั้งแต่ตอนนั้น รวมถึงช่วยถือกับข้าว ที่เขาจะต้องทำให้เรากินด้วย

และแล้วก็มาถึงทางเข้าไปทำกิจกรรมวันแรกแล้วครับ…. เป็นไงบ้าง บรรยากาศ ชิลไปป่ะ ?? 555555 หลังจากที่รถจอด พนักงานจะแจกชูชีพให้เราครับ และเราต้องรับผิดชอบตั้งแต่ตอนนั้น รวมถึงช่วยถือกับข้าว ที่เขาจะต้องทำให้เรากินด้วย

          เดินเท้ากันเลยครับ… เราจะเดินข้ามสะพานนี้ไปถ้ำช้างครับ ที่ชื่อว่าถ้ำช้าง เพราะมีหินรูปหนึ่งเป็นรูปช้างครับ แค่นั้นจริง ๆ ผมไม่ได้ถ่ายมา เพราะไม่เห็นความสำคัญ หรือแปลกตาอะไร ๕๕ หลังจากกราบไหว้เสร็จ ก็เดินเข้าหมู่บ้าน เดินผ่านหมู่บ้าน ทะลุทุ่งนา

เดินเท้ากันเลยครับ… เราจะเดินข้ามสะพานนี้ไปถ้ำช้างครับ ที่ชื่อว่าถ้ำช้าง เพราะมีหินรูปหนึ่งเป็นรูปช้างครับ แค่นั้นจริง ๆ ผมไม่ได้ถ่ายมา เพราะไม่เห็นความสำคัญ หรือแปลกตาอะไร ๕๕ หลังจากกราบไหว้เสร็จ ก็เดินเข้าหมู่บ้าน เดินผ่านหมู่บ้าน ทะลุทุ่งนา

          ระหว่างที่เดินในทุ่งนา จะเห็นภูเขาที่ไม่เหมือนบ้านเราครับ ภูเขาที่นี่สูงชัน นึกจะชันก็ชัน อยากจะขึ้นก็ขึ้นมา แปลกตาดีสำหรับผม มันสวยจริง ๆ ต่อจากนั้นไม่เกิน 10 นาที เราก็มาถึง หน้าถ้ำน้ำกันแล้วครับ…

ระหว่างที่เดินในทุ่งนา จะเห็นภูเขาที่ไม่เหมือนบ้านเราครับ ภูเขาที่นี่สูงชัน นึกจะชันก็ชัน อยากจะขึ้นก็ขึ้นมา แปลกตาดีสำหรับผม มันสวยจริง ๆ ต่อจากนั้นไม่เกิน 10 นาที เราก็มาถึง หน้าถ้ำน้ำกันแล้วครับ…

          ในถ้ำน้ำ ก็จะคล้าย ๆ ถ้ำลอด จ.ตรัง ครับ น่ากลัวและหวาดเสียวดี แต่เปลี่ยนจากเรานั่งเรือ เป็นเราบังคับห่วงยางตามเชือกอะครับ ผมเก็บภาพมาไม่ได้ เพราะถ่ายที่มืดไม่ได้ แต่เอาเป็นว่าเป็นประสบการณ์หนึ่งที่ดีพอตัว ๕๕

ในถ้ำน้ำ ก็จะคล้าย ๆ ถ้ำลอด จ.ตรัง ครับ น่ากลัวและหวาดเสียวดี แต่เปลี่ยนจากเรานั่งเรือ เป็นเราบังคับห่วงยางตามเชือกอะครับ ผมเก็บภาพมาไม่ได้ เพราะถ่ายที่มืดไม่ได้ แต่เอาเป็นว่าเป็นประสบการณ์หนึ่งที่ดีพอตัว ๕๕

          หลังจากเล่นถ้ำน้ำเสร็จ เขาก็จะแจกข้าวให้เรากินครับ พอเล่นเหนื่อย ๆ ก็หิวครับอาหารที่เขาให้มาก็โอเคนะ

หลังจากเล่นถ้ำน้ำเสร็จ เขาก็จะแจกข้าวให้เรากินครับ พอเล่นเหนื่อย ๆ ก็หิวครับอาหารที่เขาให้มาก็โอเคนะ

          หลังจากทานข้าวเสร็จ ก็จะขับรถไปยังจุดปล่อยตัวครับ ใช่ครับ เราจะล่องคายัคกัน ไปกันเลย…น้ำซองหน้าหนาว น้ำจะใสมากครับ และเย็นด้วย ระหว่างที่ล่องเรือไป เราจะเห็นกระต๊อบและบ้านริมน้ำ รวมถึงภูเขาสูงใหญ่ เรียงรายอยู่ทั้งหน้าและหลังเราเลยแหละ

หลังจากทานข้าวเสร็จ ก็จะขับรถไปยังจุดปล่อยตัวครับ ใช่ครับ เราจะล่องคายัคกัน ไปกันเลย…น้ำซองหน้าหนาว น้ำจะใสมากครับ และเย็นด้วย ระหว่างที่ล่องเรือไป เราจะเห็นกระต๊อบและบ้านริมน้ำ รวมถึงภูเขาสูงใหญ่ เรียงรายอยู่ทั้งหน้าและหลังเราเลยแหละ

          พายเรือมาได้ประมาณชั่วโมงถึงสองชั่วโมง เราก็จะแวะที่บาร์ริมน้ำครับ มีหลายบาร์เลย แล้วแต่ว่าทัวร์ที่เราได้เขาจะพาเราลงบาร์ไหน แอบเมาเลยครับ แวะแค่ชั่วโมงเดียวเอง ๕๕๕

พายเรือมาได้ประมาณชั่วโมงถึงสองชั่วโมง เราก็จะแวะที่บาร์ริมน้ำครับ มีหลายบาร์เลย แล้วแต่ว่าทัวร์ที่เราได้เขาจะพาเราลงบาร์ไหน แอบเมาเลยครับ แวะแค่ชั่วโมงเดียวเอง ๕๕๕

          นี่แหละครับ โปรแกรม one day trip ราคา 400 บาทครับ จากนั้นเขาก็จะส่งเราลงที่ฝั่ง แล้วให้เราเดินกลับที่พักเองเลย เพราะไม่ไกลมาก ๕๕๕

          เนื่องจากวันที่เราเป็นวันที่ 31 ครับ อีกวันหนึ่งก็จะปีใหม่แล้ว หลังตะวันตกดินเมืองวังเวียงจะเป็นอย่างไรนะเหรออออออออ..

นี่แหละครับ โปรแกรม one day trip ราคา 400 บาทครับ จากนั้นเขาก็จะส่งเราลงที่ฝั่ง แล้วให้เราเดินกลับที่พักเองเลย เพราะไม่ไกลมาก ๕๕๕เนื่องจากวันที่เราเป็นวันที่ 31 ครับ อีกวันหนึ่งก็จะปีใหม่แล้ว หลังตะวันตกดินเมืองวังเวียงจะเป็นอย่างไรนะเหรออออออออ..

          พอตกเย็น เราทั้งสองก็ไปหารถมอเตอร์ไซค์มาเช่า และก็ขับทัวร์รอบเมืองวังเวียงในยามราตรีครับ ขับวนอยู่หลายรอบก็ยังไม่เจอที่ถูกใจเท่าไหร่ ช่วงนั้นที่ไปเป็นช่วงที่จะ count down ด้วย คนเลยเยอะเป็นพิเศษ และใจจริงอยากปาร์ตี้กับคนพื้นที่มากกว่า ไม่อยากอยู่กับพวกฝรั่ง สุดท้ายเลยได้ผับผับหนึ่งในวังเวียงชื่อ The Moon มีอยู่ผับเดียวเลยครับ อารมณ์ประมาณ Route 66 บ้านเรา แต่คุณภาพยังสู้บ้านเราไม่ได้เท่าไหร่ครับ ข้างในจะเปิดเพลงไทยเป็นส่วนใหญ่ รับรองร้องได้ทุกท่อน และแทบจะทุกเพลง ๕๕๕

พอตกเย็น เราทั้งสองก็ไปหารถมอเตอร์ไซค์มาเช่า และก็ขับทัวร์รอบเมืองวังเวียงในยามราตรีครับ ขับวนอยู่หลายรอบก็ยังไม่เจอที่ถูกใจเท่าไหร่ ช่วงนั้นที่ไปเป็นช่วงที่จะ count down ด้วย คนเลยเยอะเป็นพิเศษ และใจจริงอยากปาร์ตี้กับคนพื้นที่มากกว่า ไม่อยากอยู่กับพวกฝรั่ง สุดท้ายเลยได้ผับผับหนึ่งในวังเวียงชื่อ The Moon มีอยู่ผับเดียวเลยครับ อารมณ์ประมาณ Route 66 บ้านเรา แต่คุณภาพยังสู้บ้านเราไม่ได้เท่าไหร่ครับ ข้างในจะเปิดเพลงไทยเป็นส่วนใหญ่ รับรองร้องได้ทุกท่อน และแทบจะทุกเพลง ๕๕๕

          เนื่องจากว่าเราไปกันสองคน และไม่ใช่คนพื้นที่หรือเจ้าถิ่น ช่วงแรก ๆ ก็ได้แต่กระดิกขาครับ เพลงจะมันแค่ไหนกระดิกขาไว้ก่อน พอเหล้าเริ่มเข้าปากหัวเริ่มมาครับ คุยกันกับน้อง ไม่ไหวนะ เดี๋ยวถ้าเราเมาแล้วมีเรื่องในผับเขากลัวจะไม่ได้กลับบ้าน งั้นลองเซิร์ฟ ๆ ชนแก้วแล้วขอเข้าไปแจมดีไหม ตอน countdown จะได้สนุกด้วย มีเพื่อน countdown หลายคน หลังจากนั้นก็เป็นอย่างที่เห็นในภาพครับ อ้าวววว แชะ!!!! 5555555

เนื่องจากว่าเราไปกันสองคน และไม่ใช่คนพื้นที่หรือเจ้าถิ่น ช่วงแรก ๆ ก็ได้แต่กระดิกขาครับ เพลงจะมันแค่ไหนกระดิกขาไว้ก่อน พอเหล้าเริ่มเข้าปากหัวเริ่มมาครับ คุยกันกับน้อง ไม่ไหวนะ เดี๋ยวถ้าเราเมาแล้วมีเรื่องในผับเขากลัวจะไม่ได้กลับบ้าน งั้นลองเซิร์ฟ ๆ ชนแก้วแล้วขอเข้าไปแจมดีไหม ตอน countdown จะได้สนุกด้วย มีเพื่อน countdown หลายคน หลังจากนั้นก็เป็นอย่างที่เห็นในภาพครับ อ้าวววว แชะ!!!! 5555555

          เอาล่ะ ถ้าไปวังเวียงแล้วไม่ได้ไปถ้ำจัง กับ Blue Lagoon ก็ถือว่ายังมาไม่ถึงแบบ 100% แต่ตามแผนข้างบนที่วางไว้ จริง ๆ เราต้องกลับบ่าย แต่เนื่องจากว่ารถที่ไปเวียงจันทน์ มีเหลือแค่รอบเช้า มัวแต่เที่ยวจนลืมจอง ทำให้รอบบ่ายเต็ม ผมตื่นมาตอน 6 โมงเช้า มีเวลาเพียง 2 ชั่วโมงกว่า ๆ ที่จะไปชมความงามของสองสถานที่นี้ ข้อดีของผมอย่างหนึ่งคือ เวลาเมาจะตื่นเร็ว เอาล่ะในเมื่อตื่นมาแล้ว ดูแผนที่เช็กทาง แล้วสตาร์ทรถไปกันเลย…

See also  [Update] Dividend Per Share (DPS) | dps ย่อมาจาก - Rosalizahotel

          ก่อนที่จะข้ามสะพานเราจะต้องเสียค่าผ่านทางก่อนครับ 4,000 กีบ ถ้าผมจำไม่ผิด ก็ราว ๆ 20 บาทไทย พอข้ามสะพานไปก็จะเป็นหมู่บ้านครับ จังหวะนั้นไม่ต้องดูแผนที่แล้ว มีป้ายบอกตลอดทางว่าไปทางไหน ด้วยเวลาที่มีไม่มากผมพยายามที่จะทำเวลาให้ดีที่สุด

เอาล่ะ ถ้าไปวังเวียงแล้วไม่ได้ไปถ้ำจัง กับ Blue Lagoon ก็ถือว่ายังมาไม่ถึงแบบ 100% แต่ตามแผนข้างบนที่วางไว้ จริง ๆ เราต้องกลับบ่าย แต่เนื่องจากว่ารถที่ไปเวียงจันทน์ มีเหลือแค่รอบเช้า มัวแต่เที่ยวจนลืมจอง ทำให้รอบบ่ายเต็ม ผมตื่นมาตอน 6 โมงเช้า มีเวลาเพียง 2 ชั่วโมงกว่า ๆ ที่จะไปชมความงามของสองสถานที่นี้ ข้อดีของผมอย่างหนึ่งคือ เวลาเมาจะตื่นเร็ว เอาล่ะในเมื่อตื่นมาแล้ว ดูแผนที่เช็กทาง แล้วสตาร์ทรถไปกันเลย…ก่อนที่จะข้ามสะพานเราจะต้องเสียค่าผ่านทางก่อนครับ 4,000 กีบ ถ้าผมจำไม่ผิด ก็ราว ๆ 20 บาทไทย พอข้ามสะพานไปก็จะเป็นหมู่บ้านครับ จังหวะนั้นไม่ต้องดูแผนที่แล้ว มีป้ายบอกตลอดทางว่าไปทางไหน ด้วยเวลาที่มีไม่มากผมพยายามที่จะทำเวลาให้ดีที่สุด

          พอพ้นหมู่บ้านไป ด้วยอากาศที่ต่ำกว่า 20 องศาในตอนนั้น และบรรยากาศวิวรอบข้าง ทำให้ผมอดคิดไม่ได้เลยว่า อยู่ประเทศจีนปะเนี่ยยยยยยยยยย ๕๕๕ สวยงามมากครับ ต้องโทษตัวเองที่วางแผนไม่ดีเท่าไหร่ เลยไม่มีเวลาจอดถ่ายรูปมาก ได้แต่ทำเวลาให้ไปถึง Blue lagoon ให้เร็วที่สุด จากภาพที่เห็นขับไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวก็จะเจอสามแยกครับ จากนั้นเลี้ยวขวาแล้วตรงไปเรื่อย ๆ เลย อีกไม่กี่นาที พวกคุณก็จะไปถึงสถานที่แห่งนี้ครับ สถานที่เรียกว่า Blue lagoon

          แล้วก็มาถึงสักที โอ๊ยยยยยยยยย ๆๆๆ ก่อนเข้าไปที่ Blue lagoon จะต้องเสียค่าผ่านทาง 2,000 กีบครับ จริง ๆ ที่นี่ต้องมาตอนบ่ายๆ นะครับ แล้วมาเล่นน้ำ มาโหนเชือกกระโดดลงบ่อ lagoon นี่ แต่ผมมาตอน 7 โมง มาไม่มีใครเลย มีแต่พี่ ๆ น้อง ๆ ที่อาศัยอยู่ที่นี่ ๕๕๕ ในใจคิดแค่ว่า สงสัยได้กลับมาอีกแน่ ไหน ๆ ก็มาแล้ว ขอเอาน้ำมาล้างหน้า ให้หายเหนื่อยหายเมาหน่อย พอจะกลับก็เสียดาย ก็เลยไปนั่งเอาเท้าแช่น้ำ มองวิวรอบ ๆ ท่ามกลางบรรยากาศที่ไม่มีวันลืมจริง ๆ

พอพ้นหมู่บ้านไป ด้วยอากาศที่ต่ำกว่า 20 องศาในตอนนั้น และบรรยากาศวิวรอบข้าง ทำให้ผมอดคิดไม่ได้เลยว่า อยู่ประเทศจีนปะเนี่ยยยยยยยยยย ๕๕๕ สวยงามมากครับ ต้องโทษตัวเองที่วางแผนไม่ดีเท่าไหร่ เลยไม่มีเวลาจอดถ่ายรูปมาก ได้แต่ทำเวลาให้ไปถึง Blue lagoon ให้เร็วที่สุด จากภาพที่เห็นขับไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวก็จะเจอสามแยกครับ จากนั้นเลี้ยวขวาแล้วตรงไปเรื่อย ๆ เลย อีกไม่กี่นาที พวกคุณก็จะไปถึงสถานที่แห่งนี้ครับ สถานที่เรียกว่า Blue lagoonแล้วก็มาถึงสักที โอ๊ยยยยยยยยย ๆๆๆ ก่อนเข้าไปที่ Blue lagoon จะต้องเสียค่าผ่านทาง 2,000 กีบครับ จริง ๆ ที่นี่ต้องมาตอนบ่ายๆ นะครับ แล้วมาเล่นน้ำ มาโหนเชือกกระโดดลงบ่อ lagoon นี่ แต่ผมมาตอน 7 โมง มาไม่มีใครเลย มีแต่พี่ ๆ น้อง ๆ ที่อาศัยอยู่ที่นี่ ๕๕๕ ในใจคิดแค่ว่า สงสัยได้กลับมาอีกแน่ ไหน ๆ ก็มาแล้ว ขอเอาน้ำมาล้างหน้า ให้หายเหนื่อยหายเมาหน่อย พอจะกลับก็เสียดาย ก็เลยไปนั่งเอาเท้าแช่น้ำ มองวิวรอบ ๆ ท่ามกลางบรรยากาศที่ไม่มีวันลืมจริง ๆ

          ถึงเวลาต้องร่ำลา say bye blue lagoon แล้วหล่ะครับ เพราะเรามีนัดที่จะต้องไปเยือนถ้ำจังกันต่อ ด้านบนเป็นแผนที่ที่เราจะได้จากพนักงานเช่ามอเตอร์ไซค์ครับ และเป็นแผนที่เดียวที่คลาสสิกมาก ๆ เชื่อไหมว่า น้องผมซื้อหนังสือลาวมานะ แต่พอเอาเข้าจริง ๆ แทบไม่ได้ใช้เลย เพราะการที่ดูแผนที่ที่เค้ามีไว้ให้ มันรู้สึกเข้าถึงมากกว่า มันคลาสสิก ถึงแม้ว่า มันจะถ่ายเอกสารหลายรอบซะจนอ่านไม่ออกแล้วก็ตาม กว่าที่เราจะสามารถใช้แผนที่นี่ได้ เราก็ต้องถามเขานั่นแหละ ถ้าไปวังเวียง แนะนำให้เก็บมาเป็นที่ระลึกครับ….

ถึงเวลาต้องร่ำลา say bye blue lagoon แล้วหล่ะครับ เพราะเรามีนัดที่จะต้องไปเยือนถ้ำจังกันต่อ ด้านบนเป็นแผนที่ที่เราจะได้จากพนักงานเช่ามอเตอร์ไซค์ครับ และเป็นแผนที่เดียวที่คลาสสิกมาก ๆ เชื่อไหมว่า น้องผมซื้อหนังสือลาวมานะ แต่พอเอาเข้าจริง ๆ แทบไม่ได้ใช้เลย เพราะการที่ดูแผนที่ที่เค้ามีไว้ให้ มันรู้สึกเข้าถึงมากกว่า มันคลาสสิก ถึงแม้ว่า มันจะถ่ายเอกสารหลายรอบซะจนอ่านไม่ออกแล้วก็ตาม กว่าที่เราจะสามารถใช้แผนที่นี่ได้ เราก็ต้องถามเขานั่นแหละ ถ้าไปวังเวียง แนะนำให้เก็บมาเป็นที่ระลึกครับ….

          ผมขับรถมาเรื่อย ๆ ตามแผนที่ด้านบน จนหน้าถึงปากทางเข้า เจ้าหน้าที่ก็เก็บไปอีก 2,000 กีบครับ ประมาณ 10 บาท หลังจากนั้น ผมจอดรถ แล้วก็เดินไปทางที่ป้ายชี้ว่า “ถ้ำจัง” ด้วยความที่หาข้อมูลมาเยอะพอสมควร เขาบอกว่า สะพานสีส้มนี่แหละ คือสัญลักษณ์ของถ้ำจัง ตอนผมเห็นสะพานสีส้ม ผมดีใจมาก คือกลัวว่าจะไปผิดทางครับ แผนที่อ่านไม่ค่อยออกเท่าไหร่ แต่ก็สนุกดี

       

   หลังจากนั้นผมมีปัญหานิดหน่อย ตอนนั้นเวลา 8:30 น. รถจะออก 9.00 น. ผมลังเลอยู่นานว่ายังไง จะไปต่อ หรือไม่ไปต่อ แต่ผมตัดสินใจไปต่อ ระหว่างที่เดินไป รองเท้าขาดครับ แต่ก็ยังคิดว่าจะไปต่อ แต่พอเดินไปได้ครึ่งทาง ดูนาฬิกาอีกที โอเคล่ะ สงสัยเราคงต้องมาอีก วังเวียงคงอยากให้เรากลับมาอีกแน่ ๆ ผมถอดรองเท้าออกทั้งสองข้างเดินเท้าเปล่า และรีบวิ่งกลับไปที่รถ สตาร์ทรถทั้ง ๆ ที่ไม่มีรองเท้า จากนั้นผมรีบบิด ๆๆๆๆ จนไปถึงห้อง เจ้าของท่ารถก็มาตามพอดี บอกว่ารถมาแล้วรอผมคนเดียว ผมไม่รู้ว่าจะลืมอะไรไหม จำได้ว่า ยัด ๆๆๆๆ และรีบแบกเป้ ขึ้นรถ พร้อมบอกลาน้องชายที่มาด้วยกัน

          (คนนี้แหละ ที่เป็นคนให้เช่ามอเตอร์ไซค์ คอยบอกแผนที่เวลาไปไหน และก็คอยพูดกับคนรถให้รอผม ๕๕) ที่แยกกับน้องตอนนั้นเพราะว่า น้องจะกลับ กทม. เลย แต่ผมจะไปทะเลบัวแดงต่อ ใช่ครับไปคนเดียว หลังจากนั้น ก็นั่งรถ mini bus ไปเวียงจันทน์ แบบติด ๆ ค้าง ๆ ในใจ เพราะเหมือนมาไม่ถึง ๕๕๕๕

ผมขับรถมาเรื่อย ๆ ตามแผนที่ด้านบน จนหน้าถึงปากทางเข้า เจ้าหน้าที่ก็เก็บไปอีก 2,000 กีบครับ ประมาณ 10 บาท หลังจากนั้น ผมจอดรถ แล้วก็เดินไปทางที่ป้ายชี้ว่า “ถ้ำจัง” ด้วยความที่หาข้อมูลมาเยอะพอสมควร เขาบอกว่า สะพานสีส้มนี่แหละ คือสัญลักษณ์ของถ้ำจัง ตอนผมเห็นสะพานสีส้ม ผมดีใจมาก คือกลัวว่าจะไปผิดทางครับ แผนที่อ่านไม่ค่อยออกเท่าไหร่ แต่ก็สนุกดี(คนนี้แหละ ที่เป็นคนให้เช่ามอเตอร์ไซค์ คอยบอกแผนที่เวลาไปไหน และก็คอยพูดกับคนรถให้รอผม ๕๕) ที่แยกกับน้องตอนนั้นเพราะว่า น้องจะกลับ กทม. เลย แต่ผมจะไปทะเลบัวแดงต่อ ใช่ครับไปคนเดียว หลังจากนั้น ก็นั่งรถ mini bus ไปเวียงจันทน์ แบบติด ๆ ค้าง ๆ ในใจ เพราะเหมือนมาไม่ถึง ๕๕๕๕

         

สรุปค่าใช้จ่ายตอนอยู่วังเวียงครับ

          ค่าใช้จ่ายรวมก่อนหน้า 4,300 บาท

          – ค่าห้องคนละ 250 บาท

– ค่าห้องคนละ 250 บาท

          – ค่า one day trip 400 บาท

          – ค่า กิน + เมา ประมาณ 300 บาท (หาร 2 แล้วนะ ป.ล. ดีนะ แอบกินของน้อง ๆ เขาด้วย ไม่งั้นงบบานแน่ ๕๕)

          – ค่าเช่ามอเตอร์ไซค์คนละ 150 บาท

          – ค่าผ่านแดนข้ามฟาก 20 บาท

          – ค่าเข้าชม Blue Lagoon 10 บาท

          – ค่าเข้าชม ถ้ำจัง : 10 บาท

          – ค่ารถกลับเวียงจันทน์ ประมาณ 500 บาท

          รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมด 5,940 บาทครับ อ้าวเห้ยยยยยยยยยยย!!!! ยังอยู่ใน 5,000 อยู่นะคับ ผมไม่ได้โกหก ๕๕๕๕๕

          หลังจากที่นั่งรถ 3 ชั่วโมง สุดท้ายก็มาถึงเวียงจันทน์ ให้ตายเถอะดันมาเจอน้องครับ สรุปรถที่กลับ กทม. ต้องมาจอดเวียงจันทน์ก่อนเหมือนกัน ก็เลยงง ๆ ได้เจอกันครับ ๕๕๕ และนั้นก็เป็นการลาจบทริปจริง ๆ สักที

        

  แต่ว่า 5,940 บาท ยังไม่หมดนะครับ พอถึงเวียงจันทน์ต้องซื้อรถข้ามแดนไปฝั่งไทยในราคาอีก 25 บาทครับ โอ้วแม่เจ้า ผมประมาณการผิดไป 1,000 บาท เพราะค่าเช่ามอไซต์ที่หลวงพระบางแพงโคตรรรรรรรร และก็ไม่ได้เผื่อค่าเมามา ๕๕๕๕ เอาเป็นว่า ถ้าไม่มาเมา หรือไปที่ไร้สาระ 5,000 บาท อยู่แน่นอนครับ

         

สรุปสุดท้าย 5,940 + 25 = 5,965 บาท และนี่ก็คือค่าใช้จ่ายปิดทริปครับ

          ขากลับเข้าไทย รถเต็ม ก็เลยได้นั่งตรงที่เก็บของหลังรถครับ ฮือ ๆๆๆ เศร้าแป๊บ T T

ขากลับเข้าไทย รถเต็ม ก็เลยได้นั่งตรงที่เก็บของหลังรถครับ ฮือ ๆๆๆ เศร้าแป๊บ T T

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก คุณสมาชิกหมายเลข 772558 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม วันนี้ คุณสมาชิกหมายเลข 772558 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ยินดีจะมาบอกเล่าเรื่องราววันที่ได้ก้าวเท้าออกท่องเที่ยวประเทศลาว พร้อมกระเป๋าเป้คู่ใจ ด้วยเงินเพียง 5,000 บาท เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ลองไปติดตามกันเลยค่ะ20.00 น. : เดินทางจาก กทม.-นครหลวงเวียงจันทน์08.00 น. : ทำเรื่องผ่าน ตม.ไทย-ลาว09.00 น. : ถึงเวียงจันทน์ ตระเวนเที่ยวช่วงเช้า หลัก ๆ จะไป ประตูชัย พระธาตุหลวง วัดสีสะเกด และหอพระแก้ว13.00 น. : เดินทางจากเวียงจันทน์ไปหลวงพระบาง06.00 น. ตักบาตรข้าวเหนียว07.00 น. เดินทางไปตาดแซ และตาดกวางสี17.30 น. กลับเข้ามาในเมืองขึ้นวัดพระบาท ชมพระอาทิตย์ตก18.00 น. เดินตลาดมืด06.00 น. ทัวร์เมืองหลวงพระบาง หลัก ๆ จะเป็น วัดเชียงทอง พระธาตุจอมพูสี ถ้ำติ่ง วัดวิชุน16.00 น. เดินทางจากหลวงพระบางไปวังเวียงเมืองนี้ขึ้นชื่อเลยว่าเป็น “กุ้ยหลินเมืองลาว” จะไปถ้ำจัง ตกบ่ายก็จะไปล่องแม่น้ำซอง Tubing หรือจะพายคายัคแล้วแต่ใจเลย ตอนเย็นก็ไป Bar ริมน้ำ เตรียม Count down ปี 2014 กันอาจจะไม่ได้นอน รอทำบุญเป็นฤกษ์งามยามเช้า ต้อนรับปีใหม่ จากนั้นเดินทางกลับประเทศไทย เรื่องเวลากลับไปคุยกันอีกทีครับเอาล่ะครับ เดินทางกันเลย !!! ผมจะไม่พูดมากนะครับ จะบอกแต่เรื่องหลัก ๆ เลย และจะแจ้งราคารายจ่ายแต่ละอย่างไว้ให้ด้วย


เที่ยวชลบุรี – บางแสน กินจนจุก พก 600 บาทยังเหลือ! | เที่ยวตามงบ EP.6


จัดให้ตามคำเรียกร้อง😎 พก 600 บาท ลุยที่เที่ยวชลบุรี เที่ยวบางแสนฟิน กินอิ่มหนำกำเงินกลับบ้าน 🏖💸 จะเป็นยังไง ไปดูกันจ้าา
อ่านรีวิวเต็มๆ ได้ที่นี่ : www.wongnai.com/trips/bangsaenchonburitraintrip
เที่ยวชลบุรี เที่ยวบางแสน เที่ยวตามงบ

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูเพิ่มเติม

เที่ยวชลบุรี - บางแสน กินจนจุก พก 600 บาทยังเหลือ! | เที่ยวตามงบ EP.6

แบกเป้เที่ยววังเวียงคนเดียว งบ 5,000 บาท : เริ่มต้นเที่ยวคนเดียวครั้งแรก I Vang Vieng, Laos


วีดีโอนี้เป็นครั้งที่ผมเริ่มออกเดินทางท่องเที่ยวคนเดียวในปี 2019 ผมเลือกเริ่มต้นที่ประเทศลาวที่วังเวียง โดยเดินทางด้วยรถไฟจากกรุงเทพไปลงอุดรธานีเพื่อต่อรถไปยังวังเวียง ใช้เวลาอยู่ที่วังเวียงทั้งหหมด 3 วัน 2 คืน

แบกเป้เที่ยววังเวียงคนเดียว งบ 5,000 บาท : เริ่มต้นเที่ยวคนเดียวครั้งแรก I Vang Vieng, Laos

ไม่กี่บาท | บังกะโลริมทะเล ไม่ถึงพัน ณ เกาะกูด


เกือบครึ่งปีที่ไม่ได้เดินทาง กว่าจะได้เดินทางทริปนี้เลยมาขอพักผ่อนชิวๆ กันที่เกาะสุดตะวันออกของประเทศไทย ที่นี่..เกาะกูด
ติดต่องานรีวิว และ โฆษณา
รายละเอียดเพิ่มเติม เพจ : ไม่กี่บาท
Facebook ► https://facebook.com/maikeebaht
Instagram ► https://instagram.com/mr.konr
Email ► [email protected]
Contact us ► Tel : 0834248425 (กร)
Line : mr.konr
ที่พักริมทะเล เกาะกูด KohKoodResort

ไม่กี่บาท | บังกะโลริมทะเล ไม่ถึงพัน ณ เกาะกูด

KRABI : ทริปกระบี่ เที่ยวหรูอยู่สบาย ในงบ 5,000 บาท (3วัน2คืน)


คลิปท่องเที่ยวทริปแรก
ผิดพลาดประการใดขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยค่ะ
ปล1.ทริปนี้ประทับใจมากๆ เจอบริการดีๆและอาหารอร่อยๆทั้งทริปเลยอะ เป็นไปได้ไง
ปล2.ค่าใช้จ่ายทั้งหมดอยู่ท้ายคลิปเรียบร้อยน้า

KRABI : ทริปกระบี่ เที่ยวหรูอยู่สบาย ในงบ 5,000 บาท (3วัน2คืน)

อัปเดทราคา บอนสีโบราณหายาก ตัวฮิตงบไม่เกิน 1000 ราคาน่ารักไปต่อได้ ตลาดไม้ด่างและบอนสี พิษณุโลก


อัปเดทราคา บอนสีโบราณหายาก ราคาน่ารักไปต่อได้ ตลาดไม้ด่างและบอนสี พิษณุโลก
กดติดตามเพจFacebook: Xin Fu plants
https://www.facebook.com/DaxDerCreators/
ใครอยากได้
ตู้อบต้นไม้/บอนสี/ไม้ด่าง ซื้อได้ที่ลิ้งนี้จ้า
https://shp.ee/b2jn9hf
ลวดอเนกประสงค์มัดต้นไม้ ซื้อได้ที่ลิ้งนี้จ้า
https://shp.ee/ngj5vdf
กระถางสำหรับชำต้นไม้ขนาดเล็ก 2 นิ้ว และ 2.5 นิ้ว ซื้อได้ที่ลิ้งนี้จ้า
https://shp.ee/hdxv9gf
ยาป้องกันเชื้อรา ไตรโคเดอร์มา ซื้อได้ที่ลิ้งนี้จ้า
https://shp.ee/6txq66f
เวอร์มิคูไลท์ 2 ลิตร เพิ่มแร่ธาตุ สารอาหารในดิน ทำให้ดินโปร่ง สั่งซื้อที่ลิ้งนี้จ้า https://shp.ee/bcqxhif
น้ำยาเร่งราก B1 สั่งซื้อที่ลิ้งนี้จ้า
https://shp.ee/yt2kx8f
หินภูเขาไฟ ทุกขนาด สั่งซื้อที่ลิ้งนี้จ้า
https://shp.ee/4tg4w6f
สแฟกนั่มมอส สั่งซื้อที่ลิ้งนี้จ้า
https://shp.ee/8xmz9af
เพอร์ไลท์ สั่งซื้อที่ลิ้งนี้จ้า
https://shp.ee/wsuhf9f
โรงเรือนต้นไม้ สั่งซื้อที่ลิ้งนี้จ้า
https://shp.ee/hputh9f
เมล็ดโชค9ชั้นด่างชมพู
https://shp.ee/jbstau3
ต้นมอนสเตอร่าไจแอน
https://shp.ee/n425gct

อัปเดทราคา บอนสีโบราณหายาก ตัวฮิตงบไม่เกิน 1000 ราคาน่ารักไปต่อได้ ตลาดไม้ด่างและบอนสี พิษณุโลก

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูบทความเพิ่มเติมในหมวดหมู่Wiki

ขอบคุณที่รับชมกระทู้ครับ งบ 5000 เที่ยว ไหน ดี

Leave a Reply

Your email address will not be published.