Skip to content
Home » [NEW] รีไฟแนนซ์บ้านธนาคารเดิม เพิ่มวงเงิน iMoney | รีไฟแนนซ์ บ้าน – Rosalizahotel

[NEW] รีไฟแนนซ์บ้านธนาคารเดิม เพิ่มวงเงิน iMoney | รีไฟแนนซ์ บ้าน – Rosalizahotel

รีไฟแนนซ์ บ้าน: คุณกำลังดูกระทู้

Advertising :

เปรียบเทียบข้อมูลรีไฟแนนซ์บ้านธนาคารไหนดี 2563 หรือรีไฟแนนซ์บ้านธนาคารเดิม อยากเพิ่มวงเงิน และดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์บ้านเท่าไหร่ ดูได้ที่ iMoney

รีไฟแนนซ์บ้าน – สำหรับคนมีภาระส่งค่างวดต่างๆไม่ว่าจะเป็นค่าบ้านหรือค่ารถ มีความรู้สึกไหมว่าทำไมเดือนหนึ่งๆมันถึงได้เร็วนัก เงินเดือนที่รับมาได้เชยชมแค่ไม่กี่วันก็ต้องบินจากไปให้เขาแล้ว โดยเฉพาะหนี้ส่งบ้านที่มียอดสูงๆ ส่งช้าก็ไม่ได้เพราะดอกเบี้ยแพงเหลือเกิน เมื่อมองหาช่องทางซ้ายขวาเหมือนจะมีวิธีช่วยให้ผ่อนเบาๆลงบ้างก็เห็นจะเป็นการรีไฟแนนซ์บ้านนั่นเอง สำหรับคนที่กำลังสนใจอยู่มาค่ะวันนี้จะพาไปทำความรู้จักให้ครบทุกมุม เผื่อเพื่อนๆคนไหนต้องการรีไฟแนนซ์อยู่จะได้จัดการได้เลย

รับคำปรึกษาเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ทางการเงินได้ที่ [email protected] ของ iMoney

เพิ่มเพื่อน

Advertising :

Nội Dung Bài Viết

รีไฟแนนซ์บ้านคืออะไร

รีไฟแนนซ์บ้าน คือ การขอสินเชื่อใหม่กับธนาคารเดิมหรือธนาคารใหม่ โดยใช้บ้านที่เป็นสินทรัพย์เดิมมาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันในการขอสินเชื่อ และนำเงินที่ได้รับจากการรีไฟแนนซ์นั้นมาโปะหนี้เก่าทั้งหมด โดยที่จะต้องเริ่มผ่อนใหม่อีกครั้ง การรีไฟแนนซ์นั้นไม่ใช่เพียงแค่บ้านเท่านั้นที่สามารถทำได้ แต่คอนโดมิเนียม อาคารพาณิชย์ หรือตึกแถว ก็นำมารีไฟแนนซ์ได้เช่นกัน โดยเงื่อนไขส่วนใหญ่ของธนาคารแล้วหากต้องการรีไฟแนนซ์จะต้องผ่อนไม่ต่ำกว่า 3 ปี จึงจะสามารถรีไฟแนนซ์ได้ แต่ถ้ารีไฟแนนซ์ก่อน 3 ปี จะต้องเสียค่าปรับให้กับธนาคาร

จุดประสงค์ในการรีไฟแนนซ์บ้าน

สำหรับใครหลายคนที่ยังลังเลว่าจะรีไฟแนนซ์บ้านดีไหม ทำไมจะต้องรีไฟแนนซ์ ซึ่งในส่วนนี้ต้องบอกว่าขึ้นอยู่กับเหตุผลของแต่ละคน เพราะทุกคนมีเหตุผลไม่เหมือนกัน วันนี้เราได้รวบรวมเหตุผลดีๆในการรีไฟแนนซ์มาฝากกันว่าทำไมหลายคนจึงเลือกที่จะรีไฟแนนซ์บ้าน

ลดภาระดอกเบี้ยที่สูง 

อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านแต่ละธนาคาร ส่วนใหญ่แล้วจะมีโปรโมชั่นส่วนลดดอกเบี้ยในช่วง 3 ปีแรกเท่านั้น หลังจากนั้นดอกเบี้ยก็จะปรับเพิ่มสูงขึ้น เป็นดอกเบี้ยลอยตัว MLR หรือ ดอกเบี้ยลอยตัวแบบมีส่วนลดเป็น MLR – และอัตราดอกเบี้ย MLR ของแต่ธนาคารก็ไม่เท่ากันด้วย หากใครที่ต้องการลดภาระดอกเบี้ยสูง การ

รีไฟแนนซ์ จึงเป็นคำตอบที่ดีที่สุดให้กับคุณได้ อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะรีไฟแนนซ์ก็ควรที่จะหาข้อมูลเพื่อนำมาเปรียบเทียบว่าดอกเบี้ยแต่ละธนาคารเป็นอย่างไรบ้าง ระหว่างรีไฟแนนซ์ธนาคารเดิมกับธนาคารใหม่ แล้วเลือกธนาคารที่คิดว่าดีที่สุดให้กับตัวเอง

ลดภาระค่าใช้จ่ายรายเดือน

เมื่อรีไฟแนนซ์บ้านแล้ว ดอกเบี้ยก็จะถูกลง ทำให้การผ่อนค่างวดบ้านในแต่ละงวด หรือแต่ละเดือนก็ลดลงไปด้วย เช่น จากเดิมที่ผ่อนอยู่ที่เดือนละ 12,000 บาท เมื่อรีไฟแนนซ์แล้วยอดผ่อนก็จะเฉลี่ยอยู่ที่เดือนละ 8,000 บาท เป็นต้น เงินส่วนต่างนี้คุณก็สามารถนำไปใช้จ่ายอย่างอื่นเพื่อหมุนเวียนได้อีกด้วย

เพิ่มสภาพคล่องทางการเงิน

สำหรับใครที่กำลังประสบปัญหาทางการเงิน มีเหตุจำเป็นจะต้องใช้เงินเพื่อมาใช้จ่าย ค่าโน้นนี้ ค่าจิปาถะต่างๆ ครั้นจะไปกู้เงินนอกระบบ ดอกเบี้ยก็สูงถึงร้อยละ 20 หรือถ้าจะกดเงินจากบัตรเครดิต ดอกเบี้ยก็สูงสุดอยู่ที่ร้อยละ 28 ต่อปี แต่ถ้าเปรียบเทียบแล้วหากนำบ้านมารีไฟแนนซ์ ไม่เพียงแต่จะได้รับเงินส่วนต่างนี้แล้ว ดอกเบี้ยก็ถูกกว่าการกู้เงินในแบบอื่นๆ ก็จะช่วยเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินให้กับคุณได้

การรีไฟแนนซ์บ้าน มีข้อดี ข้อเสีย อย่างไร

แน่นอนว่าไม่ว่าจะเป็นการรีไฟแนนซ์อะไรก็แล้วแต่ จะเป็นบ้าน รถยนต์ บัตรเครดิต ล้วนมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ส่วนใครที่กำลังจะรีไฟแนนซ์บ้านนั้นก็ควรที่จะต้องรู้ด้วยว่าการรีไฟแนนซ์บ้านนั้นมีข้อดี ข้อเสีย อย่างไร เพื่อที่จะได้ชั่งใจก่อนตัดสินใจรีไฟแนนซ์

ข้อดีในการรีไฟแนนซ์บ้าน 

  • ดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์บ้านจะถูกกว่าเดิม
  • ยอดผ่อนแต่ละเดือนลดลงไปตามดอกเบี้ยที่ถูกลง
  • ได้รับเงินส่วนต่างมาหมุนเวียนใช้จ่ายในครอบครัวหรือธุรกิจ

ข้อเสียในการรีไฟแนนซ์บ้าน 

  • เริ่มต้นผ่อนใหม่ ทำให้ระยะเวลาการเป็นหนี้นานขึ้น
  • มีค่าใช้จ่ายในการรีไฟแนนซ์บ้าน เช่น ค่าดำเนินการ ค่าจดจำนอง ค่าประเมินหลักทรัพย์ เป็นต้น
  • เสียเวลาในการเตรียมเอกสารเพื่อประกอบการขอยื่นรีไฟแนนซ์บ้าน และอาจจะมีการยื่นมากกว่าหนึ่งธนาคาร

เตรียมตัวก่อนรีไฟแนนซ์บ้าน อย่างไร

การเตรียมตัวก่อนที่รีไฟแนนซ์บ้านนั้นก็ไม่ได้แตกต่างอะไรไปจากการรีไฟแนนซ์รถยนต์ หรือรีไฟแนนซ์บัตรเครดิตเลย เพราะส่วนใหญ่แล้วก็จะทำคล้ายๆกัน ซึ่งวันนี้เราจะบอกวิธีการเตรียมตัวก่อนที่จะรีไฟแนนซ์บ้านมาฝากสำหรับใครที่คิดกำลังจะรีไฟแนนซ์บ้านกันค่ะ

ตรวจสอบคุณสมบัติของตัวเอง

แม้ว่าการรีไฟแนนซ์จะมีหลักทรัพย์ในการค้ำประกันก็ตาม แต่การรีไฟแนนซ์ก็คือการขอสินเชื่อใหม่ ธนาคารก็จะต้องมีการประเมินคุณสมบัติของผู้ที่จะมารีไฟแนนซ์ ฉะนั้นเพื่อความรอบคอบและไม่ให้เสียเวลาในการรีไฟแนนซ์ คุณควรที่จะต้องตรวจสอบว่ามีคุณสมบัติในการรีไฟแนนซ์หรือไม่ เช่น มีเงินเดือน หรือรายได้อื่นๆเป็นไปตามเงื่อนไขของธนาคารไหม เพราะธนาคารก็จะพิจารณาในส่วนนี้ด้วยว่าคุณมีความสามารถในการชำระหนี้ได้หรือไหม และที่สำคัญที่ผ่านมาของการผ่อนบ้าน รวมถึงภาระหนี้สินอื่นๆของคุณ มีประวัติการชำระหนี้เป็นอย่างไร เพราะถ้าที่ผ่านมามีประวัติการผิดนัดชำระหนี้อยู่บ่อยๆ โอกาสที่จะได้รับอนุมัติก็ลดน้อยลง หรือถ้ามีการปิดหนี้ต่างๆไปแล้วก็จะต้องยื่นเอกสารหลักฐานเพื่อประกอบการพิจารณาด้วยค่ะ

เปรียบเทียบเงื่อนไข ดอกเบี้ย ความคุ้มค่า การรีไฟแนนซ์แต่ละธนาคาร

ก่อนที่จะรีไฟแนนซ์บ้าน ก็ควรที่จะต้องรู้ว่าแต่ละธนาคารมีโปรโมชั่นอะไรบ้างในการรีไฟแนนซ์ อัตราดอกเบี้ยเป็นอย่างไร ซึ่งข้อมูลนี้ควรที่จะสอบถามกับธนาคารเดิมที่เป็นหนี้อยู่ และธนาคารใหม่หลายๆธนาคาร เพื่อที่จะได้นำข้อมูลมาเปรียบเทียบ วิเคราะห์ ว่าเลือกรีไฟแนนซ์กับธนาคารไหนถึงจะคุ้มมากที่สุด แต่ก็อาจจะมีบางคนที่สงสัยว่าการรีไฟแนนซ์กับธนาคารเดิม หรือธนาคารใหม่ดีกว่า ถ้าจะให้แนะนำก็น่าจะรีไฟแนนซ์กับธนาคารใหม่จะดีกว่า เพราะส่วนใหญ่แล้วถ้ารีไฟแนนซ์กับธนาคารเดิมจะได้รับส่วนลดอัตราดอกเบี้ยน้อยกว่าเมื่อเทียบดอกเบี้ยของธนาคารใหม่ที่ถูกกว่า

ตรวจสอบภาระหนี้ที่เหลืออยู่กับธนาคารเดิม

ควรที่จะไปติดต่อกับธนาคารเดิม เพื่อที่จะได้ดูยอดหนี้ว่าขณะนี้มีหนี้เหลืออยู่เท่าไร และหากต้องการโปะหนี้จะต้องมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้างไหม เพราะการที่คุณรู้ยอดหนี้เดิมและค่าใช้จ่ายที่จะต้องจ่ายเพิ่มนั้น จะเป็นช่วยทำให้สามารถคำนวณได้ว่าถ้ารีไฟแนนซ์แล้วจะมีเงินเหลืออยู่เท่าไร คุ้มหรือไม่กับการรีไฟแนนซ์

ขั้นตอนในการรีไฟแนนซ์บ้านมีอะไรบ้าง

เมื่อคุณได้มีการเตรียมตัวในการรีไฟแนนซ์บ้านแล้ว ก็เริ่มที่จะอยากรู้แล้วถ้าต้องการขอรีไฟแนนซ์นั้นจะมีขั้นตอนอะไรบ้าง ยุ่งยากหรือไม่นั้น มาดูรายละเอียดกันค่ะ

เลือกธนาคารที่ดีที่สุดในการรีไฟแนนซ์

จากการที่หาข้อมูลรีไฟแนนซ์ของแต่ละธนาคารแล้ว ก็ให้นำมาเปรียบเทียบดูดอกเบี้ย เงื่อนไข วงเงินในการอนุมัติ แล้วเลือกธนาคารที่ให้ข้อเสนอดีที่สุด เพื่อที่จะได้รับประโยชน์จากการรีไฟแนนซ์ได้อย่างคุ้มค่า

ตรวจสอบภาระหนี้สินเชื่อบ้านกับธนาคาร

คุณจะต้องไปตรวจสอบกับธนาคารเดิมว่า ตอนนี้มีภาระหนี้เหลืออยู่เท่าไร และหากต้องการรีไฟแนนซ์สามารถทำได้หรือไม่ เพราะบางธนาคารก็กำหนดว่าจะต้องเกิน 2 – 3 ปี ขึ้นไป จึงจะสามารถรีไฟแนนซ์ได้ หากคุณผ่อนไปแค่ปีเดียว ก็อาจจะรีไฟแนนซ์ไม่ได้หรืออาจจะต้องเสียค่าปรับในการรีไฟแนนซ์

จัดเตรียมเอกสารเพื่อยื่นรีไฟแนนซ์

คุณจะต้องเตรียมเอกสารต่างๆ เพื่อประกอบการรีไฟแนนซ์ ซึ่งเอกสารก็จะประกอบไปด้วย เอกสารด้านข้อมูลส่วนตัว เอกสารแสดงรายได้ และเอกสารด้านหลักประกัน เป็นต้น

ยื่นเรื่องขอรีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคาร

การยื่นขอรีไฟแนนซ์บ้านนั้น สามารถทำได้ทั้งกับธนาคารเดิม หรือธนาคารใหม่ โดยที่คุณสามารถยื่นขอ

รีไฟแนนซ์บ้านได้ในครั้งเดียวกับหลายธนาคาร เพื่อที่จะได้รู้ว่าแต่ละธนาคารไหนให้วงเงินเท่าไร แล้วคุณพอใจกับธนาคารไหน โดยส่วนใหญ่แล้วหลังจากยื่นเอกสารทั้งหมดครบถ้วน ธนาคารก็จะใช้เวลาในการพิจารณาประมาณ 2 – 4 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแต่ละธนาคาร

หลังสินเชื่อรีไฟแนนซ์อนุมัติ

หลังจากที่ทราบผลอนุมัติแล้วก็ให้ติดต่อกับธนาคารเดิม เพื่อจะได้นัดวันไถ่ถอนที่กรมที่ดิน โดยที่ธนาคารจะสรุปยอดหนี้ทั้งหมดมาให้ และธนาคารก็จะมอบอำนาจให้เจ้าหน้าที่ของธนาคารมาทำนิติกรรมที่กรมที่ดินระหว่างคุณกับธนาคาร

ทำสัญญาและจดจำนองที่กรมที่ดิน

ธนาคารใหม่จะนัดคุณให้ไปเซ็นสัญญาและจดจำนองที่สำนักงานกรมที่ดินในวันเดียวให้เสร็จ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาของคุณ หลังจากนั้นธนาคารก็จะให้เช็คคุณมาทั้งหมด 2 ใบ ใบแรกก็จะให้คุณนำไปใช้หนี้กับธนาคารเดิมตามยอดหนี้ที่คุณแจ้ง ส่วนเช็คอีก 1 ใบ ก็จะเป็นเงินส่วนต่างที่คุณจะได้รับหลังจากรีไฟแนนซ์บ้าน

เอกสารในการรีไฟแนนซ์บ้าน

เอกสารประกอบการรีไฟแนนซ์บ้านนั้นจะอยู่ในขั้นตอนการขอรีไฟแนนซ์ แต่เพื่อขยายความให้คุณได้เข้าใจมากขึ้น หากต้องการรีไฟแนนซ์บ้านนั้นจะต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง มาดูกันค่ะ

เอกสารข้อมูลส่วนตัว

  • สำเนาบัตรประชาชน/บัตรรัฐวิสาหกิจ/บัตรข้าราชการพร้อมฉบับจริง
  • สำเนาทะเบียนบ้าน ทุกหน้า ทุกคนพร้อมฉบับจริง
  • สำเนาทะเบียนสมรส/ใบหย่า/ในมรณะบัตร/ใบแจ้งความแยกกันอยู่ พร้อมฉบับจริง
  • สำเนาเอกสารเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล (กรณีที่เปลี่ยนแปลง)
  • กรณีที่เป็นเจ้าธุรกิจ จะต้องแนบเอกสารเพิ่มเติม ดังนี้
    • สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียน
    • สำเนาทะเบียนการค้า/ทะเบียนบริษัท/ห้างหุ้นส่วน
    • สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น
    • สำเนาหนังสือใบทะเบียนพาณิชย์

เอกสารแสดงรายได้

  • สลิปเงินเดือนหรือหนังสือรับรองเงินเดือนต้นฉบับ
  • กรณีที่มีรายได้อื่นๆที่ไม่ได้มาจากเงินเดือนให้แนบสำเนาหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ)
  • หน้า Book Bank และสำเนาบัญชีเงินฝากแสดงรายการย้อนหลัง 6 เดือน

เอกสารด้านหลักประกัน

  • สำเนาโฉนดที่ดินทุกหน้า หรือจะเป็นสำเนา นส.3 ก ทุกหน้า
  • สำเนาหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด กรณีที่เป็นคอนโดมิเนียม
  • สำเนาหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์สิ่งปลูกสร้าง หรือใบอนุญาตปลูกสร้างบ้าน หรือ ทด.13
  • สำเนาใบเสร็จสินเชื่อบ้านย้อนหลังอย่างน้อย 6 เดือน
  • สำเนาสัญญาเงินกู้จากธนาคารเดิม

ค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการรีไฟแนนซ์บ้าน

การรีไฟแนนซ์บ้านนั้นย่อมจะต้องมีค่าใช้จ่ายที่คุณจะต้องเสีย ดังนั้น คุณควรจะต้องเตรียมเงินสำรองสำหรับการรีไฟแนนซ์ด้วย ว่าแต่จะมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้างแล้วประมาณเท่าไร มาดูรายละเอียดกันค่ะ

ค่าประเมินหลักประกัน

รีไฟแนนซ์บ้านนั้น ก็เป็นการขอสินเชื่อใหม่ ธนาคารจะต้องทำการประเมินหลักทรัพย์ว่ามีมูลค่าเท่าไร เพื่อจะได้กำหนดวงเงินสินเชื่ออนุมัติให้กับคุณได้ โดยจะต้องมีค่าใช้จ่ายในการประเมินที่คุณจะต้องจ่าย ซึ่งส่วนใหญ่แล้วก็จะขึ้นอยู่วงเงินอนุมัติ แต่จะไม่เกิน 3,000 บาท หรือบางธนาคารก็มีโปรโมชั่นฟรีค่าประเมินหลักทรัพย์ให้ค่ะ

ค่าจดจำนอง

หลังจากสินเชื่ออนุมัติแล้วจะต้องมีการโอนชื่อกรรมสิทธิ์ ก็จะต้องมีการจดจำนอง และจ่ายเงินให้กับกรมที่ดินอยู่ที่ 1% ของวงเงินกู้ เช่นเดียวกันบางธนาคารก็มีโปรโมชั่นฟรีค่าจดจำนอง ทำให้คุณไม่ต้องจ่ายเงินในส่วนนี้

ค่าอากรแสตมป์

จะต้องเสียค่าอากรแสตมป์ในการทำสัญญาเงินกู้ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะอยู่ที่ประมาณ 0.05% ของวงเงินกู้ที่ได้รับอนุมัติ

ค่าธรรมเนียมอื่นๆในการจัดรีไฟแนนซ์ของธนาคาร

ในส่วนนี้นั้นก็จะขึ้นอยู่กับแต่ละธนาคารว่ามีการคิดค่าธรรมเนียมในการดำเนินการต่างๆ และบางธนาคารก็ฟรีค่าธรรมเนียมในส่วนนี้ ฉะนั้นควรจะเช็คค่าใช้จ่ายแต่ละธนาคาร

ค่าประกันอัคคีภัย

แม้ว่าจะเป็นการรีไฟแนนซ์บ้านก็ตาม แต่คุณก็ยังจะต้องทำประกันอัคคีภัยอยู่ดี ซึ่งค่าเบี้ยประกันภัยนั้นก็จะขึ้นอยู่กับวงเงินคุ้มครอง เช่น เบี้ยประกัน 2,000 บาทต่อมูลค่าบ้าน 1,000,000 บาท ธนาคารบางแห่งก็จ่ายค่าเบี้ยประกันภัยให้ครึ่งหนึ่งบ้าง หรือฟรีเบี้ยประกันภัยในช่วงปีแรก ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละธนาคาร

ค่าปรับกรณีที่รีไฟแนนซ์

กรณีที่คุณรีไฟแนนซ์บ้านก่อนครบกำหนดที่สามารถรีไฟแนนซ์ได้ ก็จะต้องเสียค่าปรับซึ่งจะเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 1 – 5 ของวงเงินสินเชื่อที่ได้รับอนุมัติ ค่าปรับนี้ก็จะขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแต่ละธนาคาร

รีไฟแนนซ์บ้านที่อยู่ระหว่างการผ่อนได้ไหม

หลายคนสงสัยว่าบ้านที่อยู่ระหว่างการผ่อนนั้นสามารถนำมารีไฟแนนซ์ได้หรือไม่ ซึ่งก็จะต้องบอกว่าสามารถทำได้เช่นเดียวกันกับการรีไฟแนนซ์รถยนต์เลย ไม่ว่าจะอยู่ระหว่างการผ่อน หรือว่าผ่อนหมดแล้ว ก็นำมารีไฟแนนซ์ได้เหมือนกัน โดยมีวิธีการขอรีไฟแนนซ์ดังนี้

กรณีที่เลือกรีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคารเดิม

สำหรับที่กำลังผ่อนบ้านอยู่นั้นและมีความจำเป็นต้องการใช้เงินก้อน ซึ่งเลือกที่จะรีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคารเดิม เพื่อความง่าย สะดวกนั้นก็แนะนำให้ไปติดต่อกับธนาคารเดิม แล้วแจ้งความต้องการได้เลยว่าอยากจะรีไฟแนนซ์เพื่อต้องการเงินส่วนต่างมาหมุนเวียน ธนาคารก็จะแนะนำโปรโมชั่นส่วนลดอัตราดอกเบี้ย พร้อมกับบอกวงเงินกู้แบบคร่าวๆว่าจะได้รับประมาณเท่าไร หากพึงพอใจก็ยื่นเรื่องกับธนาคารเดิมได้เลย

กรณีที่เลือกรีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคารใหม่

สำหรับใครที่อยากรีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคารใหม่นั้น แนะนำให้ไปสอบถามโปรโมชั่น เงื่อนไข คุณสมบัติการสมัครรีไฟแนนซ์ และที่สำคัญจะต้องดูดอกเบี้ยด้วยว่าเท่าไร ถ้าจะให้ดีควรที่จะเปรียบเทียบหลายธนาคารอย่างน้อยก็สัก 3 – 5 แห่ง แล้วหาธนาคารที่ให้ข้อเสนอที่ดีที่สุดกับดอกเบี้ยต่ำที่สุด และยื่นขอรีไฟแนนซ์กับธนาคารอย่างน้อย 3 แห่ง เพื่อที่เวลาอนุมัติจะได้เลือกธนาคารที่ให้วงเงินสูงที่สุด

รีไฟแแนนซ์บ้านอย่างไรให้คุ้มค่า

จริงอยู่ว่ารีไฟแนนซ์บ้านนั้นจะช่วยทำให้ลดอัตราดอกเบี้ยที่สูง ยืดระยะเวลาการผ่อนได้นานขึ้น ยอดเงินผ่อนจ่ายรายเดือนก็น้อยลง ทำให้สภาพการเงินคล่องตัวมากขึ้น แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นอย่างนั้นเสมอไป เพราะบางคนอยากรีไฟแนนซ์ก็หาข้อมูลไม่ละเอียดพอ ทำให้การรีไฟแนนซ์บ้านในครั้งนั้นแทนที่จะประหยัดไปเป็นหลักแสนก็อาจจะเหลือแค่หลักพันเท่านั้น วันนี้เราจะมาบอกเคล็ดลับว่ารีไฟแนนซ์บ้านอย่างไรให้คุ้มค่าที่สุดกันค่ะ

มองหาดอกเบี้ยที่ต่ำจากดอกเบี้ยเดิม

ด้วยการแข่งขันของธนาคารเพิ่มมากขึ้น ทำให้แต่ละธนาคารจัดโปรโมชั่นส่วนลดมากมาย สินเชื่อรีไฟแนนซ์ ก็ยังมีดอกเบี้ยให้เลือกหลายแบบ ฉะนั้นแน่นอนว่าถ้าต้องการรีไฟแนนซ์ให้คุ้มค่าก็จะต้องหาข้อมูลมาเปรียบเทียบส่วนต่างของดอกเบี้ย และไม่ใช่ว่าจะมาดูแค่ดอกเบี้ยในช่วงปีแรก หรือ 3 ปีแรกเท่านั้น แนะนำว่าควรจะดูทั้งสัญญา เพราะว่าบางครั้งเราอาจจะรีไฟแนนซ์แค่ครั้งเดียว ฉะนั้นก็จะต้องดูข้อมูลให้ละเอียดรอบคอบ รวมไปถึงจำนวนเงินที่จะต้องผ่อนต่อเดือน ระยะเวลาในการผ่อน สิ่งเหล่านี้ก็เป็นปัจจัยการคิดดอกเบี้ยของธนาคารเช่นกัน วันนี้เรามีตัวอย่างมาให้คุณได้ลองดูกันค่ะ

ยกตัวอย่าง กรณีที่มีสินเชื่อบ้าน ยอดหนี้คงเหลืออยู่ที่ 3,000,000 บาท และมีระยะเวลาการผ่อนที่เหลืออีก 27 ปี ซึ่งปัจจุบันธนาคารได้ปรับดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 6.15 ต่อปี ผลคำนวณที่คิดได้ก็จะเป็นดังนี้

ธนาคารเดิม ยอดหนี้สินเชื่อบ้านเดิมอยู่ที่ 3,000,000 บาท

  • อัตราดอกเบี้ยตั้งแต่ปีที่ 4 ขึ้นไป ร้อยละ 6.15 ต่อปี

รีไฟแนนซ์กับธนาคาร A ยอดหนี้สินเชื่อบ้านเดิมอยู่ที่ 3,000,000 บาท

  • อัตราดอกเบี้ย ปีที่ 1            ร้อยละ 0.99 ต่อปี
  • อัตราดอกเบี้ย ปีที่ 2            ร้อยละ MRR – 00 ต่อปี หรือเท่ากับ 5.37 ต่อปี
  • อัตราดอกเบี้ย ปีที่ 3            ร้อยละ MRR – 00 ต่อปี หรือเท่ากับ 5.37 ต่อปี
  • อัตราดอกเบี้ย ปีที่ 4 ขึ้นไป ร้อยละ MRR – 25 ต่อปี หรือเท่ากับ 6.12 ต่อปี

รีไฟแนนซ์กับธนาคาร B ยอดหนี้สินเชื่อบ้านเดิมอยู่ที่ 3,000,000 บาท

  • อัตราดอกเบี้ย ปีที่ 1            ร้อยละ 3.60 ต่อปี
  • อัตราดอกเบี้ย ปีที่ 2            ร้อยละ 3.60 ต่อปี
  • อัตราดอกเบี้ย ปีที่ 3            ร้อยละ 3.60 ต่อปี
  • อัตราดอกเบี้ย ปีที่ 4 ขึ้นไป ร้อยละ MRR – 2.275 ต่อปี หรือเท่ากับ 5.22 ต่อปี

รีไฟแนนซ์กับธนาคาร C ยอดหนี้สินเชื่อบ้านเดิมอยู่ที่ 3,000,000 บาท

  • อัตราดอกเบี้ย ปีที่ 1            ร้อยละ 0.99 ต่อปี
  • อัตราดอกเบี้ย ปีที่ 2            ร้อยละ MRR – 75 ต่อปี หรือเท่ากับ 4.37 ต่อปี
  • อัตราดอกเบี้ย ปีที่ 3            ร้อยละ MRR – 50 ต่อปี หรือเท่ากับ 4.60 ต่อปี
  • อัตราดอกเบี้ย ปีที่ 4 ขึ้นไป ร้อยละ MRR – 50 ต่อปี หรือเท่ากับ 5.62 ต่อปี

คราวนี้เรามาลองดูจากตารางเปรียบเทียบ เพื่อให้เห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้นว่าระหว่างไม่รีไฟแนนซ์นั้นจะต้องเสียดอกเบี้ยเท่าไร แต่ถ้ารีไฟแนนซ์แล้วดอกเบี้ยจะอยู่ที่เท่าไร ซึ่งในที่นี้เรานำมาเปรียบเทียบกัน 3 ธนาคาร ดังนี้

ธนาคาร
ดอกเบี้ย 3 ปีแรก
ดอกเบี้ยตลอดสัญญา

เดิม
541,081 บาท
3,156,472 บาท

ธนาคาร A
335,520 บาท
2,878,654 บาท

ธนาคาร B
313,262 บาท
2,423,187 บาท

ธนาคาร C
284,281 บาท
2,573,240 บาท

ดังนั้น จะสรุปได้เลยถ้ารีไฟแนนซ์นั้นจะช่วยทำให้ประหยัดเงินไปได้มากเลย

  • หากรีไฟแนนซ์กับธนาคาร A
    • ประหยัดดอกเบี้ย 3 ปีแรกได้มากถึง 205,562 บาท
    • ประหยัดตลอดสัญญาจะประหยัดได้ถึง 277,818 บาท
  • หากรีไฟแนนซ์กับธนาคาร B
    • ประหยัดดอกเบี้ย 3 ปีแรกได้มากถึง 227,819 บาท
    • ประหยัดตลอดสัญญาจะประหยัดได้ถึง 733,285 บาท
  • หากรีไฟแนนซ์กับธนาคาร C
    • ประหยัดดอกเบี้ย 3 ปีแรกได้มากถึง 256,800 บาท
    • ประหยัดตลอดสัญญาจะประหยัดได้ถึง 583,232 บาท

ควรศึกษาเกี่ยวกับการรีไฟแนนซ์บ้าน

ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตามที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับเงินๆทองๆนั้น สิ่งที่ควรจะต้องทำเลยก็คือ ศึกษารายละเอียดแล้วก็ทำความเข้าใจด้วยว่า รีไฟแนนซ์คืออะไร ทำไมต้องรีไฟแนนซ์ เพราะการที่รู้ข้อมูลเหล่านี้ จะทำให้เวลาไปสอบถามกับเจ้าหน้าที่อย่างน้อยก็มีข้อมูลพื้นฐานที่สามารถตอบโต้กันได้ และเมื่อเริ่มเข้าใจแล้วก็หาข้อมูล

รีไฟแนนซ์ของแต่ละธนาคารนำมาดูจุดเด่น จุดด้อย เพื่อวิเคราะห์ก่อนที่จะรีไฟแนนซ์บ้าน

เปรียบเทียบราคาประเมินของตลาด

บ้านยิ่งนานวันไปราคาก็ย่อมมีเปลี่ยน ควรที่จะเปรียบเทียบราคาประเมินของบ้านกับหนี้ที่เหลืออยู่ เช่น บ้านตอนที่ซื้อมีมูลค่า 5,000,000 บาท เมื่อผ่อนจ่ายมานานกว่า 3 ปี ทำให้หนี้ลดลงเหลืออยู่ที่ 4,000,000 บาท แต่เมื่อนำบ้านมารีไฟแนนซ์ใหม่ ราคาประเมินที่ดิน ณ ปัจจุบันก็เพิ่มขึ้นอยู่ที่ 6,000,000 บาท ซึ่งมีมูลค่าสูงกว่ายอดหนี้ที่เหลืออยู่ ถ้าคุณขอกู้เงินเต็มจำนวนประเมินคุณก็จะมีเงินเหลือไว้ใช้จ่ายอยู่ที่ 2,000,000 บาท แต่ในบางครั้งหากมีการประเมินแล้วว่าบ้านนั้นมีมูลค่าน้อยกว่าหนี้สินที่เหลืออยู่ก็ทำให้ไม่สามารถรีไฟแนนซ์บ้านได้เช่นกัน

เปรียบเทียบโปรโมชั่นของธนาคาร

นำข้อมูลสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้านมาเปรียบเทียบทั้งดอกเบี้ย โปรโมชั่น เพราะบางธนาคารจะมีฟรีค่าประเมินหลักทรัพย์ ฟรีค่าจดจำนอง ฟรีค่าธรรมเนียมต่างๆ สิ่งเหล่านี้ล่ะก็จะถือว่าเป็นข้อได้เปรียบ ทำให้คุณประหยัดเงินที่จะต้องจ่ายได้อีกหลายบาทเลย

ข้อควรระวังในการรีไฟแนนซ์บ้าน

สำหรับใครที่ตั้งใจแล้วว่าต้องการรีไฟแนนซ์บ้านแน่ๆ เพราะต้องการลดภาระดอกเบี้ยที่มีการปรับสูงขึ้น อยากมีเงินก้อนไว้ใช้หมุนเวียนนั้น ก่อนที่จะรีไฟแนนซ์ก็ควรที่จะต้องรู้ด้วยว่าการรีไฟแนนซ์มีข้อควรระวังอะไรบ้าง

จ่ายค่าปรับกรณีรีไฟแนนซ์ก่อนกำหนด

สินเชื่อบ้านเกือบจะทุกธนาคารเลยก็ว่าได้ที่มีเงื่อนไขว่าจะต้องผ่อนอย่างน้อย 3 ปีขึ้นไป จึงจะสามารถรีไฟแนนซ์ได้ แต่ถ้าหากต้องการรีไฟแนนซ์ก่อน 3 ปี ก็จะต้องเสียค่าปรับประมาณ 3% ของวงเงินที่ได้รับอนุมัติ

ค่าใช้จ่ายในการรีไฟแนนซ์

การรีไฟแนนซ์บ้านนั้นไม่ว่าจะรีไฟแนนซ์กับธนาคารเดิมหรือธนาคารใหม่ก็ย่อมมีค่าใช้จ่ายด้วยกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะค่าประเมินหลักทรัพย์ ค่าจดจำนอง ค่าอากรแสตมป์ และค่าดำเนินการอื่นๆ ซึ่งคุณก็จะต้องคำนวณเงินเผื่อในส่วนนี้ด้วยว่าหากรีไฟแนนซ์แล้วมีเงินเหลือแต่เมื่อหักกับค่าใช้จ่ายในส่วนที่จะต้องจ่ายนั้นคุ้มค่าหรือไม่

อัตราดอกเบี้ยในการรีไฟแนนซ์บ้าน

หากใครที่อยากจะรีไฟแนนซ์เพื่อลดดอกเบี้ยที่สูงนั้น ก็สามารถต่อรองกับธนาคารเดิมว่าอยากได้ดอกเบี้ยลดลงหน่อยได้ไหม หรือเท่ากับดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์ เพราะบางธนาคารก็สามารถพูดคุยกันได้ หากได้คุณก็ไม่ต้องเสียเวลาในการรีไฟแนนซ์ แต่ถ้าไม่ได้ก็จะต้องมองหาธนาคารใหม่ แต่ก็จะต้องเช็คแบบละเอียดสักนิดว่าดอกเบี้ยที่ได้รับใหม่นั้นคุ้มค่าจริงๆหรือไม่

สิ่งสำคัญของการรีไฟแนนซ์บ้านอีกอย่างหนึ่งนอกเหนือจากข้อมูลที่เราได้บอกไปนั้นไม่ว่าจะเป็นการหาข้อมูล เปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ย โปรโมชั่น เงื่อนไขต่างๆ นั้น แต่คุณจะต้องมองถึงศักยภาพของตัวเองด้วยว่า คุณมีพร้อมมากน้อยแค่ไหน เพราะสุดท้ายแล้วหากเลือกจะรีไฟแนนซ์กับธนาคารไหนก็ตาม ธนาคารก็จะต้องพิจารณาคุณสมบัติของคุณเป็นอย่างแรกว่ารายได้เป็นอย่างไร มีหน้าที่การงานมั่นคงไหม มีเงินออมไว้บ้างหรือไม่ รวมไปหนี้ภาระหนี้สินต่างๆไม่ว่าจะเป็นบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด หรือสินเชื่อส่วนบุคคล และยังรวมไปถึงประวัติการชำระที่ผ่านมาอีกด้วย หากมีหน้าที่การงานมั่นคง มีรายได้สูงพอประมาณ ภาระหนี้ไม่มาก และจ่ายค่างวดตรงทุกครั้ง โอกาสในการอนุมัติก็ง่าย แต่ถ้าทุกอย่างดีหมดทั้งหน้าที่การเงิน เงินเดือน แต่มีประวัติการผิดนัดชำระหนี้อยู่บ่อยครั้ง โอกาสในการอนุมัติก็จะเหลือน้อยลงไป ฉะนั้นก่อนรีไฟแนนซ์ก็ควรจะต้องเตรียมตัวให้พร้อมค่ะ

รวมสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้านทุกธนาคาร

10 สินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้านสุดคุ้มประจำปี 2563 รีไฟแนนซ์บ้านที่ไหนดีมาดูกัน

ใครที่กำลังผ่อนบ้านอยู่แล้วรู้สึกว่าจ่ายดอกเบี้ยแพงอ่านบทความนี้เลยจ้า ก่อนอื่นเราจะต้องรู้ก่อนว่าการผ่อนบ้านนั้นหลายธนาคารก็มักจะมีโปรโมชั่นส่วนลดดอกเบี้ยในช่วง 3 ปีแรก แต่พอหลังจากนั้นดอกเบี้ยก็จะค่อยๆลอยตัวขึ้น และสูงขึ้นตามลำดับ ประกอบกับใครที่ช่วงที่กำลังต้องการใช้เงินอยู่นั้นด้วยเหตุผลหลายๆอย่างประกอบด้วยกันจึงทำให้หลายคนมองหาสินเชื่อที่จะมารีไฟแนนซ์บ้าน เพื่อที่จะลดอัตราการจ่ายดอกเบี้ย ผ่อนจ่ายน้อยลงทำให้มีเงินเหลือใช้ และยืดระยะเวลาในการผ่อนได้นานขึ้น งั้นวันนี้เพื่อนๆไม่ควรพลาดอ่านบทความนี้เลยเพราะวันนี้เราได้รวบรวม 10 สินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้านที่สุดคุ้มและน่าสนใจของธนาคารต่างๆมาฝากกันค่ะ เผื่อจะได้เป็นตัวเลือกที่ดีให้กับเพื่อนๆทุกคน

Refinance บ้านกับสินเชื่อบ้านกรุงศรีรีไฟแนนซ์

จัดเต็ม จัดหนัก ที่มาพร้อมกับโปรโมชั่นดีสำหรับใครที่ต้องการรีไฟแนนซ์บ้าน ที่ให้ผ่อนจ่ายแบบสบายๆกระเป๋า แถมดอกเบี้ยยังถูกลง มีเงินเหลือไว้ใช้จ่ายได้มากขึ้น และยังฟรีค่าธรรมเนียมสำรวจและประเมินหลักประกัน โดยที่วงเงินในการอนุมัติก็จัดว่าสูงถึง 95% จากราคาประเมิน ผ่อนได้นานถึง 30 ปีกันไปเลย รับรองได้ว่าสมัครจะคุ้มสุดไปเลย และถ้าต้องการปิดหนี้ก่อนก็สามารถทำได้แต่จะต้องเกิน 3 ปีขึ้นไป ไม่เช่นนั้นจะต้องเสียค่าธรรมเนียม 3%

หมวดหมู่ : รีไฟแนนซ์บ้านกรุงศรี

วงเงินการอนุมัติรีไฟแนนซ์บ้านกรุงศรี : วงเงินขั้นต่ำ 1,000,000 บาท หรือสูงสุด 95% จากราคาประเมิน สำหรับบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮ้าส์ ทาวน์โฮม และคอนโดมิเนียม และวงเงินขั้นต่ำ 1,000,000 บาท หรือสูงสุด 90% จากราคาประเมิน สำหรับอาคารพาณิชย์

อัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์บ้านกรุงศรี ขึ้นอยู่กับประเภทของหลักทรัพย์ในการรีไฟแนนซ์ โดยมีทางเลือกดอกเบี้ยให้เลือกที่หลากหลาย

  • สำหรับบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮ้าส์ ทาวน์โฮม และคอนโดมิเนียม มีให้เลือกด้วยกันถึง 6 ทางเลือก
    • ทางเลือกที่ 1
      • ดอกเบี้ยตลอดอายุสัญญาจะอยู่ที่ MRR – 95% ต่อปี หรือเท่ากับ 4.25% ต่อปี
      • กรณีที่ทำประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ ดอกเบี้ยในปีแรกจะอยู่ที่ 4.00% ต่อปี
    • ทางเลือกที่ 2
      • 2 ปีแรกในการรีไฟแนนซ์บ้าน ดอกเบี้ยจะอยู่ที่ MRR – 4.95% ต่อปี หรือเท่ากับ 2.25% ต่อปี แต่ถ้าประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ ดอกเบี้ยในปีแรกจะอยู่ที่ 2.00% ต่อปี
      • ตั้งแต่ปีที่ 3 ขึ้นไป ดอกเบี้ยเท่ากับ MRR – 1.90% ต่อปี หรือเท่ากับ 5.30% ต่อปี
      • เฉลี่ยดอกเบี้ย 3 ปีแรก จะอยู่ที่ 3.27% ต่อปี
    • ทางเลือกที่ 3
      • ดอกเบี้ยในปีแรก จะอยู่ที่ MRR – 5.85% ต่อปี หรือเท่ากับ 1.35% ต่อปี แต่ถ้าทำประกันชีวิตในการคุ้มครองนั้นดอกเบี้ยจะลดลงเหลืออยู่ที่ 1.10% ต่อปี
      • ดอกเบี้ยในปีที่ 2 จะอยู่ที่ MRR – 3.15% ต่อปี หรือเท่ากับ 4.05% ต่อปี
      • ดอกเบี้ยในปีที่ 3 จะอยู่ที่ MRR – 2.90% ต่อปี หรือเท่ากับ 4.30% ต่อปี
      • ดอกเบี้ยในปีที่ 4 ขึ้นไป จะอยู่ที่ MRR – 1.90% ต่อปี หรือเท่ากับ 5.30% ต่อปี
      • เฉลี่ยดอกเบี้ย 3 ปีแรก จะอยู่ที่ 3.23% ต่อปี
    • ทางเลือกที่ 4
      • ดอกเบี้ยสินเชื่อบ้าน 3 ปีแรก ธนาคารจะคิดอยู่ที่ MRR – 4.05% ต่อปี หรือเท่ากับ 3.15% ต่อปี แต่ถ้าได้ทำประกันชีวิตในการขอสินเชื่อบ้านนั้น ดอกเบี้ยจะเหลืออยู่ที่ 2.90% ต่อปี
      • ดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านหลังจาก 3 ปีแรกไปแล้ว ธนธนาคารจะคิดอยู่ที่ MRR – 1.90% ต่อปี หรือเท่ากับ 5.30% ต่อปี
      • เฉลี่ยดอกเบี้ย 3 ปีแรก จะอยู่ที่ 3.30% ต่อปี
    • ทางเลือกที่ 5
      • ดอกเบี้ยในปีแรก จะเป็นดอกเบี้ยคงที่ซึ่งจะอยู่ที่ 0.75% ต่อปี แต่ถ้าทำประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อด้วยนั้น ดอกเบี้ยจะเหลือเพียง 0.50% ต่อปีเท่านั้น
      • ในส่วนของดอกเบี้ยปีที่ 2 – 3 จะเป็นดอกเบี้ยลอยตัวซึ่งจะอยู่ที่ MRR – 2.625% ต่อปี หรือเท่ากับ 4.575% ต่อปี
      • ดอกเบี้ยตั้งแต่ปีที่ 4 เป็นต้นไปนั้น ดอกเบี้ยจะอยู่ที่ MRR – 1.90% ต่อปี หรือเท่ากับ 5.30% ต่อปี
      • เฉลี่ยดอกเบี้ย 3 ปีแรก จะอยู่ที่ 3.25% ต่อปี
    • ทางเลือกที่ 6 (ฟรีค่าจดจำนอง)
      • ปีแรกธนาคารจะคิดดอกเบี้ยคงที่อยู่ที่ 0.50% ต่อปี และถ้าทำประกันชีวิตนั้นดอกเบี้ยจะเหลืออยู่ที่ 0.25% ต่อปี
      • ดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านตั้งแต่ปีที่ 2 ขึ้นไป ดอกเบี้ยเท่ากันทั้งหมด ซึ่งจะอยู่ที่ MRR – 1.90% ต่อปี หรือเท่ากับ 5.30% ต่อปี
      • เฉลี่ยดอกเบี้ย 3 ปีแรก จะอยู่ที่ 3.70% ต่อปี
    • สำหรับอาคารพาณิชย์ มีให้เลือกด้วยกันถึง 2 ทางเลือก ซึ่งจะขึ้นอยู่กับวงเงินที่ได้รับอนุมัติ

วงเงินที่ได้รับอนุมัติ ตั้งแต่ 1 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 5 ล้านบาท มีเลือกด้วยกัน 2 ทางเลือก

  • ทางเลือกที่ 1
    • ดอกเบี้ย 2 ปีแรกของสัญญา จะอยู่ที่ MRR – 2.10% ต่อปี หรือเท่ากับ 5.10% ต่อปี กรณีที่เลือกทำประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ ดอกเบี้ยในปีแรกจะเหลืออยู่ที่ 4.85% ต่อปี
    • ดอกเบี้ยตั้งแต่ปีที่ 3 ของสัญญา จะอยู่ที่ MRR – 0.85% ต่อปี หรือเท่ากับ 6.35% ต่อปี
    • เฉลี่ยดอกเบี้ย 3 ปีแรก จะอยู่ที่ 5.52% ต่อปี
  • ทางเลือกที่ 2
    • ดอกเบี้ยปีที่ 1 ของสินเชื่อบ้านนั้น จะเป็นดอกเบี้ยคงที่ซึ่งจะอยู่ที่ 4.75% ต่อปี แต่ถ้าทำประกันชีวิตดอกเบี้ยจะเหลืออยู่ที่ 4.25% ต่อปี
    • ดอกเบี้ยตั้งแต่ปีที่ 2 ขึ้นไปของสินเชื่อบ้าน จะเป็นดอกเบี้ยลอยตัวซึ่งจะอยู่ที่ MRR – 0.85% ต่อปี หรือเท่ากับ 6.35% ต่อปี
    • เฉลี่ยดอกเบี้ย 3 ปีแรก จะอยู่ที่ 5.82% ต่อปี

วงเงินที่ได้รับอนุมัติ ตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป มีเลือกด้วยกัน 2 ทางเลือก

  • ทางเลือกที่ 1
    • ในช่วง 3 ปีแรก ดอกเบี้ยจะเท่ากัน ซึ่งดอกเบี้ยจะอยู่ที่ MRR – 2.60% ต่อปี หรือเท่ากับ 4.60% ต่อปี แต่ถ้าทำประกันชีวิต ดอกเบี้ยในปีแรกจะเหลืออยู่ที่ 4.35% ต่อปี ส่วนปีที่ 2 – 3 ดอกเบี้ยจะเป็นไปตามที่บอก
    • ในช่วงปีที่ 4 เป็นต้นไปนั้น ดอกเบี้ยเท่ากับ MRR – 0.85% ต่อปี หรือเท่ากับ 6.35% ต่อปี
    • เฉลี่ยดอกเบี้ย 3 ปีแรก จะอยู่ที่ 4.60% ต่อปี
  • ทางเลือกที่ 2
    • ดอกเบี้ยปีที่ 1 จะเท่ากับ 4.25% ต่อปี และถ้าได้ทำประกันชีวิตไว้นั้น ดอกเบี้ยลดลงไปอีกเหลืออยู่ที่ 4.00% ต่อปี
    • ดอกเบี้ยตั้งแต่ปีที่ 2 จนถึงครบสัญญาสินเชื่อบ้าน ดอกเบี้ยเท่ากับ MRR – 0.85% ต่อปี หรือเท่ากับ 6.35% ต่อปี
    • เฉลี่ยดอกเบี้ย 3 ปีแรก จะอยู่ที่ 5.65% ต่อปี

สำหรับใครที่รีไฟแนนซ์บ้านแล้วได้ซื้อประกันชีวิตคุ้มครองด้วยนั้นจะได้รับส่วนลดพิเศษดอกเบี้ยเพิ่มอีก 0.25% ในช่วงปีแรก เฉพาะที่เลือกทางเลือกที่ 1 – 5 เท่านั้นนะคะ

คุณสมบัติการขอสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคารกรุงศรี : มีสัญชาติไทยที่มีอายุตั้งแต่ 20 – 65 ปี จะเป็นพนักงานบริษัท หรือประกอบธุรกิจส่วนตัวก็ได้ โดยจะต้องทำงานหรือดำเนินธุรกิจแล้วอย่างน้อย 2 ปี

ช่องทางการสมัคร : สมัครได้ที่ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ทุกสาขาทั่วประเทศ

สินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้าน สินเชื่อบ้านกรุงไทย…ผ่อนสบาย

สินเชื่อบ้านให้คุณได้รีไฟแนนซ์ด้วยดอกเบี้ยสุดพิเศษ ขอกู้สินเชื่อบ้านกรุงไทย…ผ่อนสบาย มารีไฟแนนซ์บ้านได้เลย ไม่ว่าจะเป็นบ้านประเภทไหนก็ตาม จะบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮ้าส์ อาคารชุด อาคารพาณิชย์ ก็สมัครได้เลย นอกจากจะได้รับดอกเบี้ยแล้วยังเพิ่มความสะดวกในการชำระใครที่มีบัตรเครดิต KTC ก็จ่ายผ่านบัตรเครดิตได้เลย แถมยังได้รับดอกเบี้ยสุดพิเศษเหลือเพียง 0.99% ต่อปี ให้นานถึง 9 เดือน ไม่เพียงเท่านั้นยังมีเงินเหลือใช้จ่ายในครอบครัวอีกด้วย และยังให้ผ่อนจ่ายได้สบายนานถึง 30 ปีกันเลยทีเดียว

หมวดหมู่ : รีไฟแนนซ์บ้านกรุงไทย

วงเงินการอนุมัติสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้านกรุงไทย…ผ่อนสบาย  : กรณีที่เป็นประเภทบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮ้าส์  ทาวน์โฮม และอาคารพาณิชย์ วงเงินอนุมัติไม่เกินยอดหนี้ที่คุณค้างกับธนาคารเดิมค่ะ หรือสูงสุดร้อยละ 90 จากราคาประเมิน แต่ถ้าบ้านมีราคาเกิน 10 ล้านบาท วงเงินอนุมัติสูงสุดร้อยละ 80 จากราคาประเมิน และกรณีที่เป็นประเภทคอนโดมิเนียม วงเงินอนุมัติไม่เกินยอดหนี้ที่คุณค้างกับธนาคารเดิมค่ะ หรือสูงสุดร้อยละ 80 จากราคาประเมิน

อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านกรุงไทย…ผ่อนสบาย : ดอกเบี้ยจะแบ่งเป็นในกรณีที่เลือกทำประกันกับไม่ทำประกัน เพราะถ้าเลือกทำประกันนั้นจะได้รับส่วนลดดอกเบี้ยในช่วงเดือนที่ 10 – 12 ของปีแรกที่ทำประกันสินเชื่อ

  • กรณีที่ซื้อบ้านพร้อมทำประกันชีวิต
    • ดอกเบี้ยในการรีไฟแนนซ์บ้าน ในช่วง 9 เดือนแรก ดอกเบี้ยจะอยู่ที่ร้อยละ 0.99 ต่อปี
    • ดอกเบี้ยในการรีไฟแนนซ์บ้าน ในช่วงเดือนที่ 10 – 12 ของปีแรกนั้น ดอกเบี้ยจะอยู่ที่ร้อยละ MRR – 00 ต่อปี
    • ดอกเบี้ยในการรีไฟแนนซ์บ้านในปีที่ 2 ดอกเบี้ยจะอยู่ที่ MRR – 25 ต่อปี
    • ดอกเบี้ยในการรีไฟแนนซ์บ้านในปีที่ 3 ดอกเบี้ยจะอยู่ที่ MRR – 50 ต่อปี
    • ดอกเบี้ยในการรีไฟแนนซ์บ้านตั้งแต่ปีที่ 4 ดอกเบี้ยจะอยู่ที่ MRR – 75 ต่อปี
  • กรณีที่ซื้อบ้านแต่ไม่ทำประกันชีวิต
    • ดอกเบี้ย 9 เดือนแรก ดอกเบี้ยจะอยู่ที่ร้อยละ 0.99 ต่อปี
    • ดอกเบี้ย ในช่วงเดือนที่ 10 – 12 ของปีแรกนั้น ดอกเบี้ยจะอยู่ที่ร้อยละ MRR – 50 ต่อปี
    • ดอกเบี้ยในปีที่ 2 ดอกเบี้ยจะอยู่ที่ MRR – 25 ต่อปี
    • ดอกเบี้ยในปีที่ 3 ดอกเบี้ยจะอยู่ที่ MRR – 50 ต่อปี
    • ดอกเบี้ยตั้งแต่ปีที่ 4 ดอกเบี้ยจะอยู่ที่ MRR – 75 ต่อปี

คุณสมบัติการขอสินเชื่อบ้านกรุงไทย…ผ่อนสบาย : ผู้ที่ขอสินเชื่อบ้านนั้นจะต้องมีสัญชาติไทย โดยที่มีอายุอยู่ระหว่าง 20 – 65 ปี จะต้องไม่มีประวัติเสียหายด้านการเงิน ไม่มีหนี้สินล้นพ้นตัว

ช่องทางการสมัคร : สมัครได้ที่ธนาคารกรุงไทยทุกสาขาทั่วประเทศ

สินเชื่อบ้าน รีไฟแนนซ์ (SCB Refinance) จากธนาคารไทยพาณิชย์

ใครที่ต้องการรีไฟแนนซ์เพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย จ่ายดอกเบี้ยถูกลง ยืดระยะเวลาในการผ่อนให้นานขึ้น จ่ายรายเดือนน้อยลง แถมยังมีเงินอีกสักก้อนหนึ่งไว้ใช้จ่ายสมัครเลยกับสินเชื่อบ้าน รีไฟแนนซ์ ที่จะทำให้ได้รับวงเงินเต็มเม็ดเต็มหน่อย ไม่เพียงเท่านี้ยังให้อิสระในการเลือกดอกเบี้ยได้เองว่าจะเลือกแบบดอกเบี้ยคงที่ หรือจะเป็นดอกเบี้ยลอยตัว และยังให้ผ่อนสบายๆนานถึง 30 ปีอีกด้วย

หมวดหมู่ : รีไฟแนนซ์บ้านไทยพาณิชย์

วงเงินการอนุมัติรีไฟแนนซ์บ้าน ไทยพาณิชย์ : วงเงินสูงสุด 100% ของราคาประเมินหลักประกัน

อัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์บ้านธนาคารไทยพาณิชย์  : สามารถเลือกดอกเบี้ยได้เองว่าจะเลือกดอกเบี้ยแบบคงที่ หรือดอกเบี้ยแบบลอยตัว

  • กรณีทำประกัน Credit Life
    • ดอกเบี้ยแบบคงที่
      • ดอกเบี้ยในการรีไฟแนนซ์บ้านในช่วง 3 ปีแรกจะอยู่ที่ 3.99% ต่อปี
      • ดอกเบี้ยในการรีไฟแนนซ์บ้านตั้งแต่ปีที่ 4 จะอยู่ที่ MRR – 1.25% ต่อปี
      • โดยเฉลี่ยดอกเบี้ย 3 ปีแรก ดอกเบี้ยจะอยู่ที่ 3.99% หรืออัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญา 20 ปี อยู่ที่ 5.32% ต่อปี
    • ดอกเบี้ยแบบคงที่ (ฟรีค่าจดจำนอง)
      • ดอกเบี้ยในการรีไฟแนนซ์บ้านในช่วง 3 ปีแรกจะอยู่ที่ 4.33% ต่อปี
      • ดอกเบี้ยตั้งแต่ปีที่ 4 ขึ้นไปนั้น ดอกเบี้ยจะอยู่ที่ MRR – 1.25% ต่อปี
      • โดยเฉลี่ยดอกเบี้ย 3 ปีแรก ดอกเบี้ยจะอยู่ที่ 4.33% หรืออัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญา 20 ปี อยู่ที่ 5.43% ต่อปี
    • ดอกเบี้ยแบบลอยตัว
      • ดอกเบี้ยในการรีไฟแนนซ์บ้านปีแรกจะอยู่ที่ 0.99% ต่อปี
      • ดอกเบี้ยในการรีไฟแนนซ์บ้านในช่วงปีที่ 2 จนถึงปีที่ 3 ดอกเบี้ยจะอยู่ที่ MRR – 2.00% ต่อปี
      • ดอกเบี้ยในการรีไฟแนนซ์บ้าน ปีที่ 4 เป็นต้นไปนั้น ดอกเบี้ยจะอยู่ที่ MRR – 1.50% ต่อปี
      • โดยเฉลี่ยดอกเบี้ย 3 ปีแรก ดอกเบี้ยจะอยู่ที่ 3.91% หรืออัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญา 20 ปี อยู่ที่ 5.27% ต่อปี
    • กรณีไม่ทำประกัน Credit Life ซึ่งจะมีดอกเบี้ย 2 แบบให้เลือกค่ะ ดังนี้
      • ดอกเบี้ยแบบคงที่
        • ดอกเบี้ยสินเชื่อบ้าน 3 ปีแรก ดอกเบี้ยแบบคงที่ 4.25% ต่อปี
        • ดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านตั้งแต่ปีที่ 4 ดอกเบี้ยจะลอยตัวอยู่ที่ MRR – 1.25% ต่อปี
        • โดยเฉลี่ยดอกเบี้ย 3 ปีแรก ดอกเบี้ยจะอยู่ที่ 25% หรืออัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญา 20 ปี อยู่ที่ 5.40% ต่อปี
      • ดอกเบี้ยแบบลอยตัว
        • ดอกเบี้ยในปีที่ 1 ดอกเบี้ยแบบคงที่ 1.25% ต่อปี
        • ดอกเบี้ยในปีที่ 2 จนถึงปีที่ 3 ดอกเบี้ยจะลอยตัวอยู่ที่ MRR – 1.75% ต่อปี
        • ดอกเบี้ยตั้งแต่ปีที่ 4 ดอกเบี้ยจะลอยตัวอยู่ที่ MRR – 1.25% ต่อปี
        • โดยเฉลี่ยดอกเบี้ย 3 ปีแรก ดอกเบี้ยจะอยู่ที่ 17% หรืออัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญา 20 ปี อยู่ที่ 5.35% ต่อปี

คุณสมบัติผู้ขอสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้าน ไทยพาณิชย์ : ผู้สมัครจะต้องมีอายุไม่เกินอายุ 65 ปี โดยที่จะต้องไม่เคยเป็นลูกหนี้ปรับโครงสร้างหนี้ของสถาบันการเงิน  มีสินเชื่อบ้านกับสถาบันการเงินอื่นไม่ต่ำกว่า 2 ปี

ช่องทางการสมัครรีไฟแนนซ์บ้าน SCB : สมัครได้ที่ธนาคารไทยพาณิชย์ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือสามารถดูรายละเอียดต่างๆเพิ่มเติมได้ที่นี่เลย

รีไฟแนนซ์บ้านกับโครงการสินเชื่อที่อยู่อาศัยเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ (บุคลากรภาครัฐ) จากธนาคารอาคารสงเคราะห์

ข่าวดีจ้า สำหรับคราวนี้เราก็มาถึงสวัสดิการสำหรับ ข้าราชการ พนักงานราชการ พนักงานมหาวิทยาลัย พนักงานรัฐวิสาหกิจ พนักงาน/เจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือลูกจ้างประจำ ที่ต้องการใช้เงินเพื่อไปซ่อมต่อเติม หรือขยาย หรือซ่อมแซมอาคาร หรือซื้ออุปกรณ์สิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวเนื่องกับที่อยู่อาศัย และใครที่ต้องการรีไฟแนนซ์บ้านเพื่อลดภาระการจ่ายดอกเบี้ยที่ถูกลง จ่ายน้อย ผ่อนนานถึง 40 ปี ซึ่งจะทำให้มีโอกาสได้เป็นเจ้าของบ้านเร็วขึ้น และอาจจะได้รับสิทธิพิเศษฟรีค่าธรรมเนียมในการยื่นกู้ ค่าประเมินราคาหลักประกัน หรือค่าจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมอีกด้วย

หมวดหมู่ : รีไฟแนนซ์บ้าน ธอส

วงเงินอนุมัติรีไฟแนนซ์บ้านกับ ธอส : วงเงินจะเป็นไปตามระเบียบปฏิบัติงานสินเชื่อของธนาคารอาคารสงเคราะห์

อัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์บ้าน ธอส. : ธนาคารจะคิดดอกเบี้ยในช่วง 4 ปีแรกของสัญญาอยู่ที่ MRR – 3.75% ต่อปี หรือเท่ากับ 3.00% ต่อปี และตั้งแต่ในปีที่ 5 เป็นต้นไป ดอกเบี้ยอยู่ที่ MRR – 1.00% หรือเท่ากับ 5.75% ต่อปี ในกรณีที่เงินเพื่อซื้ออุปกรณ์ที่เกี่ยวกับบ้าน ดอกเบี้ยจะเท่ากับ MRR หรือเท่ากับ 6.75% ต่อปี

คุณสมบัติการขอสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้านกับ ธอส : อายุจะต้องไม่เกิน 70 ปี เฉพาะข้าราชการ พนักงานราชการ พนักงานมหาวิทยาลัย พนักงานรัฐวิสาหกิจ พนักงาน/เจ้าหน้าที่ของรัฐ และลูกจ้างประจำ

ช่องทางการสมัคร : สมัครได้ที่ธนาคารอาคารสงเคราะห์ทุกสาขาทั่วประเทศ

สินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์ ทีเอ็มบี รีไฟแนนซ์

สมัครง่าย อนุมัติแบบรวดเร็วทันใจภายใน 7 วันทำการ วงเงินอนุมัติสูงสุดถึง 20 ล้านบาท แถมยังให้ผ่อนได้สบายๆนานถึง 35 ปีกันเลยทีเดียว ส่วนดอกเบี้ยไม่ต้องพูดถึงเพราะตอนนี้ธนาคาร TMB จัดโปรโมชั่นสุดดอกเบี้ยพิเศษเพียง 3.5% ต่อปีให้นานถึง 3 เดือน พร้อมกับฟรีค่าธรรมเนียม 3 รายการ เมื่อสมัครประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ ทีเอ็มบี คุ้มบ้าน (MRTA) สมัครใช้บริการหักบัญชีอัตโนมัติผ่านธนาคาร TMB และสมัครบัตรเครดิต TMB และยิ่งจ่ายคืนมากเท่าไรก็ยิ่งตัดเงินต้นได้มากขึ้น หรือใครจะเลือกแบบผ่อนน้อยๆต่อเดือนก็ได้ ใครต้องการรีไฟแนนซ์บ้านสมัครเลยกับสินเชื่อนี้ ที่จะช่วยลดภาระดอกเบี้ยที่จ่ายอยู่ในปัจจุบัน

หมวดหมู่ : รีไฟแนนซ์บ้าน TMB

วงเงินอนุมัติรีไฟแนนซ์บ้าน TMB : การอนุมัติวงเงินนั้นธนาคารจะดูว่าหลักทรัพย์ที่นำมารีไฟแนนซ์ โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • กรณีที่นำพร้อมที่ดิน หรือ ห้องชุดคอนโดมิเนียม มารีไฟแนนซ์กับธนาคาร ที่มีราคาไม่เกิน 10 ล้านบาท ธนาคารจะให้วงเงินกู้ไม่เกิน 95% ของราคาประเมิน หรือเท่ากับยอดหนี้เดิมที่อยู่กับธนาคารเดิม
  • กรณีที่นำพร้อมที่ดิน หรือ ห้องชุดคอนโดมิเนียม ที่มีราคาเกิน 10 ล้านบาท ธนาคารจะให้วงเงินกู้ไม่เกิน 90% ของราคาประเมิน หรือเท่ากับยอดหนี้เดิมที่อยู่กับธนาคารเดิม

 

อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้านทีเอ็มบี : ขึ้นอยู่กับว่าเลือกสมัครผลิตภัณฑ์เสริมของธนาคารหรือไม่ โดยผลิตภัณฑ์เสริมได้แก่ 1. สมัครประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ ทีเอ็มบี คุ้มบ้าน (MRTA) 2. สมัครใช้บริการหักบัญชีอัตโนมัติผ่านบัญชีออมทรัพย์ ทีเอ็มบี เพื่อผ่อนชำระสินเชื่อบ้าน และ 3. สมัครบัตรเดบิต TMB

  • สมัครผลิตภัณฑ์เสริมทั้ง 3 ประเภท มีให้เลือกอยู่ 2 ทางเลือก พร้อมสิทธิพิเศษ ฟรีค่าจดทะเบียนจำนอง ค่าเบี้ยประกันอัคคีภัย และค่าประเมินราคาหลักทรัพย์
    • ทางเลือกที่ 1
      • ดอกเบี้ย 3 ปีแรก จะอยู่ที่ MRR -775% ต่อปี
      • ดอกเบี้ยในปีที่ 4 ขึ้นไปนั้น จะอยู่ที่ MRR – 2.275% ต่อปี
      • ดอกเบี้ยที่แท้จริงอยู่ที่ 4.50% ต่อปี
    • ทางเลือกที่ 2
      • ดอกเบี้ยในการรีไฟแนนซ์บ้าน 4 ปีแรก จะอยู่ที่ MRR –675% ต่อปี
      • ดอกเบี้ยในการรีไฟแนนซ์บ้านในปีที่ 5 ขึ้นไปนั้น จะอยู่ที่ MRR – 2.275% ต่อปี
      • ดอกเบี้ยที่แท้จริงอยู่ที่ 4.40% ต่อปี
    • สมัครผลิตภัณฑ์เสริมไม่ครบใน 3 ประเภท พร้อมสิทธิพิเศษ ฟรีค่าเบี้ยประกันอัคคีภัย และค่าประเมินราคาหลักทรัพย์
      • ดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์บ้านในช่วง 3 ปีแรกนั้น ดอกเบี้ยจะอยู่ที่ MRR –175% ต่อปี
      • ดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์บ้านตั้งแต่ปีที่ 4 ขึ้นไปนั้น ดอกเบี้ยจะอยู่ที่ MRR –025% ต่อปี
      • ดอกเบี้ยที่แท้จริงอยู่ที่ 4.87% ต่อปี

คุณสมบัติการขอสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้านธนาคาร TMB : อายุตั้งแต่ 20 – 60 ปี หากเป็นพนักงานที่มีรายได้ประจำจะต้องมีรายได้ขั้นต่ำ 15,000 บาทต่อเดือน และหากเป็นเจ้าของกิจการ จะต้องมีรายได้หมุนเวียนขั้นต่ำ 20,000 บาทต่อเดือน

ช่องทางการสมัคร : สมัครได้ที่ธนาคารทหารไทยทุกสาขาทั่วประเทศ

รีไฟแนนซ์บ้านกับโครงการบ้านกตัญญูเลี้ยงดูบุพการี จากธนาคารอาคารสงเคราะห์

ใครที่ต้องการซื้อบ้านหรือต้องการรีไฟแนนซ์บ้านเพื่อให้คุณพ่อคุณแม่ได้มีที่อยู่อาศัย ต้องสินเชื่อโครงการบ้านกตัญญูเลี้ยงดูบุพการีที่ ธอส.จัดโครงการดีๆที่ต้องการให้ทุกคนมีที่อยู่อาศัย สมัครก็ไม่ยุ่งยาก ให้วงเงินสูงสุดถึง ร้อยละ 110 ของมูลค่าหลักประกัน เรียกได้ว่าเงินที่เหลือก็นำมาใช้จ่ายได้ตามที่ต้องการไม่ว่าจะใช้ตกแต่งบ้าน ต่อเติม หรือจะเก็บเงินซื้อเครื่องอุปโภคบริโภค ไม่เพียงเท่านี้ยังให้ผ่อนได้นานถึง 40 ปี หากจ่ายเงินตรงเวลาตามที่กำหนดนาน 48 เดือน ก็ยังจะได้รับส่วนลดดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นอีก 1.00% และธอส.ยังมีโปรโมชั่นส่วนลดดอกเบี้ยในอัตราพิเศษเหลือเพียง 3.5% ต่อปีอีกด้วย

หมวดหมู่ : รีไฟแนนซ์บ้าน ธอส

วงเงินการอนุมัติ : สินเชื่อโครงการบ้านกตัญญูเลี้ยงดูบุพการี ธอส. จะให้วงเงินกู้ไม่เกินร้อยละ 110 ตามมูลค่าของหลักประกัน

อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้าน ธอส. : การคิดดอกเบี้ยของธนาคารนั้นจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ดอกเบี้ยของสินเชื่อบ้าน และดอกเบี้ยในกรณีที่ขอกู้เงินเพิ่มเพื่อซื้ออุปกรณ์ต่างๆที่เกี่ยวกับบ้าน โดยมีรายละเอียดดังนี้

กรณีที่ขอกู้เงินเพื่อในการรีไฟแนนซ์บ้าน

  • ดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านตั้งแต่ปีที่ 1 จนถึงปีที่ 4 ดอกเบี้ยจะลอยตัวอยู่ที่ MRR – 25% ต่อปี หรือเท่ากับ 3.50 ต่อปี
  • ดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านตั้งแต่ปีที่ 5 ขึ้นไปนั้น ธนาคารจะคิดดอกเบี้ยตามประเภทของผู้สมัคร โดยธนาคารจะแบ่งดังนี้
    • กรณีที่ผู้ขอสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้านเป็นลูกค้าทั่วไป ดอกเบี้ยจะอยู่ที่ MRR – 50% ต่อปี หรือเท่ากับ 6.25 ต่อปี
    • กรณีที่ผู้ขอสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้านเป็นสวัสดิการ ดอกเบี้ยอยู่ที่ MRR – 00% ต่อปี หรือเท่ากับ 5.75 ต่อปี

กรณีที่ขอกู้เงินเพื่อซื้ออุปกรณ์ต่างๆที่เกี่ยวบ้าน

  • ธนาคารจะคิดดอกเบี้ยเท่ากับ MRR หรือเท่ากับ 6.75% ต่อปี

คุณสมบัติการขอสินเชื่อ Refinance บ้าน ธอส : ประชาชนทั่วไปที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง เพื่อที่จะอยู่อาศัยร่วมกับบิดาหรือมารดา เพื่อการอุปการะเลี้ยงดู

ช่องทางการสมัคร : สมัครได้ที่ธนาคารอาคารสงเคราะห์ทุกสาขาทั่วประเทศ

สินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้าน สินเชื่อเคหะ จากธนาคารออมสิน

ใครที่ต้องการรีไฟแนนซ์บ้านนั้นสินเชื่อเคหะ จากธนาคารออมสินเป็นสินเชื่อที่น่าสนใจไม่น้อย เพราะสมัครก็ง่าย เงื่อนไขก็สบายๆ เพราะธนาคารออมสินต้องการให้ทุกคนมีบ้านเป็นของตัวเอง มีชีวิตที่ดี โดยให้วงเงินกู้สูงไม่เกิน 100% ของราคาประเมินหลักทรัพย์ ถ้าเงินเหลือจากการปิดหนี้บ้านจากธนาคารอื่นแล้ว ยังสามารถนำเงินไปใช้จ่ายต่างๆได้ตามที่ต้องการ ยังผ่อนได้สบายๆนาน 30 ปีเลย

หมวดหมู่ : รีไฟแนนซ์บ้านออมสิน

วงเงินอนุมัติสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้านเคหะ : ธนาคารจะให้วงเงินในการรีไฟแนนซ์บ้านได้ไม่เกินร้อยละ 100 จากราคาประเมินหลักทรัพย์ โดยจะแบ่งไปตามประเภทของหลักทรัพย์ในการรีไฟแนนซ์ กรณีที่เป็นที่ดินพร้อมอาคาร หรือห้องชุดหรือคอนโดมิเนียม อนุมัติวงเงินไม่เกินร้อยละ 90 ของราคาประเมินหลักทรัพย์ กรณีที่เป็นที่อยู่อาศัยที่มีราคาตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป อนุมัติวงเงินไม่เกินร้อยละ 80 ของราคาประเมินหลักทรัพย์

อัตราดอกเบี้ย refinance บ้าน สินเชื่อเคหะ : การคำนวณดอกเบี้ยนั้นขึ้นอยู่กับว่าได้เลือกทำประกันชีวิตกับธนาคารไว้ด้วยหรือไม่

  • สมัครทำประกันชีวิตเพื่อคุ้มครองวงเงินสินเชื่อ มีให้เลือกด้วยกัน 2 ทางเลือก
    • ทางเลือกที่ 1
      • ดอกเบี้ยในปีที่ 1 จะอยู่ที่ร้อยละ 1.00 ต่อปี
      • ดอกเบี้ยในปีที่ 2 จะอยู่ที่ร้อยละ MRR – 00% ต่อปี หรือเท่ากับ 5.00 ต่อปี
      • ดอกเบี้ยตั้งแต่ปีที่ 3 ขึ้นไป จะอยู่ที่ร้อยละ MRR – 75% ต่อปี หรือเท่ากับ 6.25 ต่อปี
    • ทางเลือกที่ 2
      • ดอกเบี้ยในปีที่ 1 จะอยู่ที่ร้อยละ 4.00 ต่อปี
      • ดอกเบี้ยในช่วงปีที่ 2 – 3 จะอยู่ที่ร้อยละ 4.50 ต่อปี
      • ดอกเบี้ยตั้งแต่ปีที่ 4 ขึ้นไป จะอยู่ที่ร้อยละ MRR – 00% ต่อปี หรือเท่ากับ 6.00 ต่อปี
    • สมัครไม่ทำประกันชีวิตเพื่อคุ้มครองวงเงินสินเชื่อ มีให้เลือกด้วยกัน 2 ทางเลือก
      • ทางเลือกที่ 1
        • ในช่วงปีที่ 1 ธนาคารจะคิดดอกเบี้ยคงที่อยู่ที่ร้อยละ 1.50 ต่อปี
        • ในช่วงปีที่ 2 ธนาคารจะคิดดอกเบี้ยลอยตัวอยู่ที่ร้อยละ MRR – 75% ต่อปี หรือเท่ากับ 5.25 ต่อปี
        • ตั้งแต่ปีที่ 3 ขึ้นไปนั้น ธนาคารจะคิดดอกเบี้ยลอยตัวอยู่ที่ร้อยละ MRR – 75% ต่อปี หรือเท่ากับ 6.25 ต่อปี
      • ทางเลือกที่ 2
        • ดอกเบี้ยในการรีไฟแนนซ์บ้านในช่วง 3 ปีแรก ดอกเบี้ยจะอยู่ที่ร้อยละ 5.00 ต่อปี
        • ดอกเบี้ยในการรีไฟแนนซ์บ้านตั้งแต่ปีที่ 4 ขึ้นไปนั้น MRR – 75 ต่อปี หรือเท่ากับร้อยละ 6.25 ต่อปี

คุณสมบัติการขอสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้าน สินเชื่อเคหะ : สามารถขอรีไฟแนนซ์บ้านได้ตั้งแต่อายุ 20 – 65 ปี มีรายได้ที่แน่นอน และมีเงินฝากประเภทเผื่อเรียกกับธนาคารออมสิน

ช่องทางการสมัคร : สมัครได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขาทั่วประเทศ

รีไฟแนนซ์บ้านด้วยสินเชื่อเคหะสำหรับกลุ่มวิชาชีพเฉพาะ จากธนาคารออมสิน

สำหรับใครที่มีอาชีพเฉพาะ เช่น แพทย์ ข้าราชการอัยการ ข้าราชการตุลาการ นักบิน วิศวกร หรืออาจารย์มหาวิทยาลัย ระดับผู้ช่วยศาสตราจารย์ ที่ต้องการรีไฟแนนซ์บ้าน ต้องจ่ายค่าผ่อนบ้านในแต่ละเดือนเงินต้นบวกกับดอกเบี้ยที่สูงนั้น เพื่อต้องการลดภาระค่าใช้จ่ายให้จ่ายรายเดือนน้อยลง และต้องการเงินอีกสักก้อนหนึ่งไว้ใช้จ่ายในครัวเรือน โดยธนาคารให้วงเงินสูงสุดถึง 100% จากราคาประเมินหลักทรัพย์ และผ่อนนานถึง 35 ปีเลย แต่ที่พิเศษคือสามารถขอกู้เพิ่มเติมได้อีกหากต้องการเงินไปจ่ายค่าเบี้ยประกันชีวิตเพื่อประกันสินเชื่ออีกด้วย

หมวดหมู่ : รีไฟแนนซ์บ้านออมสิน

วงเงินอนุมัติรีไฟแนนซ์บ้านด้วยสินเชื่อเคหะ : สำหรับสินเชื่อเคหะสำหรับกลุ่มวิชาชีพเฉพาะ ธนาคารจะแบ่งประเภทของหลักทรัพย์ที่นำมารีไฟแนนซ์ โดยแบ่งดังนี้

  • กรณีที่หลักทรัพย์เป็นประเภทที่ดินพร้อมอาคาร ธนาคารจะให้วงเงินไม่เกิน 100% ของราคาประเมิน
  • กรณีที่หลักทรัพย์เป็นคอนโดมิเนียม ธนาคารจะให้วงเงินไม่เกิน 90% ของราคาประเมิน

อัตราดอกเบี้ย : ธนาคารจะมีดอกเบี้ยให้เลือกด้วยกัน 2 ทางเลือก ดังนี้

  • ดอกเบี้ยทางเลือกที่ 1
    • กรณีที่เลือกทำประกันชีวิตคุ้มครองวงเงินสินเชื่อ ปีแรกของสัญญาในการรีไฟแนนซ์บ้าน ดอกเบี้ยจะอยู่ที่ 1.25 ต่อปี
    • กรณีที่ไม่ทำประกันชีวิตคุ้มครองวงเงินสินเชื่อ ปีแรกของสัญญาในการรีไฟแนนซ์บ้าน ดอกเบี้ยจะอยู่ที่ 1.00 ต่อปี
    • ดอกเบี้ยลอยตัวในปีที่ 2 ซึ่งดอกเบี้ยจะอยู่ที่ร้อยละ MRR – 00 ต่อปี หรือเท่ากับร้อยละ 5.00 ต่อปี
    • ตั้งแต่ปีที่ 3 ขึ้นไปนั้น ดอกเบี้ยอยู่ที่ MRR – 75 ต่อปี หรือเท่ากับร้อยละ 6.25 ต่อปี
  • ดอกเบี้ยทางเลือกที่ 2
    • ดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์บ้านในช่วง 3 ปีแรก ดอกเบี้ยจะอยู่ที่ร้อยละ 4.50 ต่อปี แต่ถ้าทำประกันชีวิตคุ้มครองวงเงินสินเชื่อ ดอกเบี้ยในปีแรกจะเหลืออยู่ที่ร้อยละ 4.00 ต่อปี
    • ตั้งแต่ปีที่ 4 ขึ้นไปนั้น ดอกเบี้ยอยู่ที่ MRR – 75 ต่อปี หรือเท่ากับร้อยละ 6.25 ต่อปี

คุณสมบัติการขอสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้าน สินเชื่อเคหะ สำหรับกลุ่มวิชาชีพเฉพาะ : อายุตั้งแต่ 20 – 70 ปี เฉพาะแพทย์ ทันตแพทย์ สัตวแพทย์ เภสัชกร ข้าราชการอัยการข้าราชการตุลาการ นักบิน วิศวกร    อาจารย์มหาวิทยาลัย ระดับผู้ช่วยศาสตราจารย์หรือเทียบเท่าขึ้นไป และจะต้องไม่มีประวัติที่อยู่ระหว่างการสอบสวนความผิดทางวินัย ทางจรรยาบรรณ หรือถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ มีประวัติทางการเงินที่ดี ไม่มีการผิดนัดชำระหนี้

ช่องทางการสมัคร : สมัครได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขาทั่วประเทศ

สินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้าน โครงการบ้าน ธอส.-กบข. เพื่อที่อยู่อาศัยข้าราชการ ครั้งที่ 13

โปรโมชั่นมาแรง ธอส.จัดให้สำหรับข้าราชการที่ยังรับราชการอยู่ และเป็นสมาชิก กบข.เท่านั้น ที่ต้องการรีไฟแนนซ์บ้านขอสินเชื่อได้เลย เพราะตอนนี้มีโปรโมชั่นส่วนลดพิเศษดอกเบี้ย 0% นานถึง 8 เดือน หลังจากนั้นก็จะได้รับดอกเบี้ยที่ต่ำพิเศษ แถมให้วงเงินก็สูงสุดถึง 110% จากราคาประเมินหลักทรัพย์ พร้อมยืดระยะเวลาในการผ่อนจ่ายรายเดือนแบบสบายๆนาน 30 ปี

หมวดหมู่ : รีไฟแนนซ์บ้าน ธอส

วงเงินการอนุมัติ : วงเงินไม่เกินร้อยละ 110 ตามมูลค่าของหลักประกัน

อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้าน : ธนาคารจะคิดดอกเบี้ยในช่วง 8 เดือนแรกของปีนั้น ธนาคารจะไม่คิดดอกเบี้ย ในช่วงเดือนที่ 9 – 24 ดอกเบี้ยอยู่ที่ MRR – 2.00% ต่อปี หรือเท่ากับ 4.75 ต่อปี และตั้งแต่เดือนที่ 25 ขึ้นไป ดอกเบี้ยอยู่ที่ MRR – 1.00% ต่อปี หรือเท่ากับ 5.75 ต่อปี

คุณสมบัติการขอสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้าน โครงการบ้าน ธอส.-กบข. : อายุจะต้องไม่เกิน 70 ปี สมัครได้เฉพาะข้าราชการที่ยังรับราชการอยู่ และเป็นสมาชิก กบข.เท่านั้น

ช่องทางการสมัคร : สมัครได้ที่ธนาคารอาคารสงเคราะห์ทุกสาขาทั่วประเทศ

รีไฟแนนซ์บ้านกับโครงการให้สินเชื่อแก่ข้าราชการบำนาญโดยนำสิทธิในบำเหน็จตกทอดเป็นหลักประกัน จากธนาคารอาคารสงเคราะห์

สินเชื่อสำหรับผู้รับบำนาญหรือผู้รับบำเหน็จ โดยการให้นำหนังสือรับรองสิทธิให้นำบำเหน็จตกทอดมาเป็นหลักประกันเงินกู้ซึ่งจะทำให้โอกาสการอนุมัติได้ง่ายขึ้น ได้วงเงินสูง 100% จากหนังสือรับรองบำเหน็จ ที่มาพร้อมกับดอกเบี้ยในอัตราเดียวกันตลอดอายุสัญญาเลย โดยเงินที่ได้รับสามารถนำไปรีไฟแนนซ์บ้านหรือต่อเติม ตกแต่งบ้านได้ตามที่ต้องการเลย และสุดพิเศษด้วยการให้ผ่อนได้นาน 40 ปี

หมวดหมู่ : รีไฟแนนซ์บ้าน ธอส

วงเงินการอนุมัติ : วงเงินไม่เกินร้อยละ 100 ตามสิทธิในบำเหน็จตกทอดของผู้รับบำนาญหรือผู้รับบำเหน็จรายเดือนตามหนังสือรับรองสิทธิบำเหน็จตกทอดเพื่อใช้เป็นหลักประกัน

อัตราดอกเบี้ย refinance บ้าน ธอส. : ธนาคารจะคิดดอกเบี้ยอยู่ที่ MRR – 2.25% ต่อปี ตลอดอายุสัญญา หรือเท่ากับ 4.50 ต่อปี ซึ่งปัจจุบัน MRR ของธนาคารอยู่ที่ 6.75 ต่อปี

คุณสมบัติการขอสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้าน ธอส. สำหรับผู้รับบำนาญหรือผู้รับบำเหน็จ : อายุจะต้องไม่เกิน 75 ปี สมัครได้เฉพาะผู้รับบำนาญหรือผู้รับบำเหน็จรายเดือนที่กรมบัญชีกลาง หรือสำนักงานคลังจังหวัด ออกหนังสือรับรองสิทธิให้นำบำเหน็จตกทอดมาเป็นหลักประกันเงินกู้

ช่องทางการสมัคร : สมัครได้ที่ธนาคารอาคารสงเคราะห์ทุกสาขาทั่วประเทศ

รวมคำถามที่พบบ่อยและข้อควรรู้ก่อนทำการรีไฟแนนซ์บ้าน

รีไฟแนนซ์บ้านคืออะไร?

การรีไฟแนนซ์บ้านหมายถึงการย้ายวงเงินผ่อนชำระหนี้บ้านใหม่ (Re”ทำซ้ำ” finance “การเงิน”) หรือเป็นการย้ายสถาบันการเงินที่เราใช้กู้ซื้อบ้านจากที่เก่าไปที่ใหม่นั่นเอง โดยจะได้วงเงินกู้ไม่เกินยอดหนี้ที่เหลืออยู่จากสถาบันการเงินเดิม แต่หากต้องการเงินเพิ่ม ก็ต้องยื่นขอกู้เพิ่มเติมแต่จะเป็นคนละวงเงินกันไม่เกินราคาประเมินของหลักทรัพย์เราค่ะ

รีไฟแนนซ์บ้านมีกี่รูปแบบ?

การรีไฟแนนซ์มีด้วยกัน 2 รูปแบบ นั่นคือการไปกู้จากสถาบันการเงินแห่งใหม่เพื่อนำไปลดภาระเงินกู้ที่มีอยู่ ซึ่งแบบนี้เราเรียกว่าการเปลี่ยนสถาบันการเงินผู้ให้กู้ หรือ การย้ายแบงก์ ส่วนอีกแบบหนึ่งเป็นการเจรจากับสถาบันการเงินปัจจุบันเพื่อให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ย หรือที่เรียกกันว่า รีเทนชั่น นั่นเอง (เดี๋ยวจะมีกล่าวถึงในหัวข้อหลังๆค่ะ)

ทำไมเราต้อง Refinance บ้าน

การรีไฟแนนซ์ คือการย้ายวงเงินผ่อนชำระหนี้ (Re”ทำซ้ำ” finance “การเงิน”) บ้านเกิดจากครั้งแรกที่เราไปกู้ยืมเงินธนาคารมาเพื่อซื้อบ้าน เรามีสัญญาผูกพันกับธนาคารว่าต้องผ่อนชำระหนี้ให้หมดภายในกี่ปีๆตามสัญญา โดยมีบ้านเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน ซึ่งแต่ละธนาคารมักมีดอกเบี้ยต่ำๆ 1-3 ปีแรก ล่อใจให้คนมากู้ โดยหลังจากนั้นก็จะปล่อยให้เป็นดอกเบี้ยแบบลอยตัว หรือ MLR- แล้วแต่กรณี เพราะธนาคารเองก็มีต้นทุน จึงไม่สามารถให้อัตราดอกเบี้ยต่ำกับลูกค้าไปตลอดอายุสัญญาได้ดังนั้นเมื่อสิ้นระยะของดอกเบี้ยโปรโมชั่น ก็จะเข้าสู่ดอกเบี้ยในอัตราปกติ จึงอาจทำให้เราต้องมีภาระผ่อนชำระสูงขึ้น บางทีสูงขึ้น 1-2% เลยทีเดียว  และเพื่อเป็นการแก้ปัญหานี้ผู้กู้จึงทำการย้ายธนาคารไปสู่ธนาคารที่มีดอกเบี้ยต่ำ เหมือนกับน้ำที่ไหลจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำนั่นเอง

เรามัก Refinance บ้านกันเมื่อไร?

โดยทั่วไปจะทำกันทุกๆ 3 ปี เพราะปกติแล้วธนาคารจะมีโปรโมชั่นดอกเบี้ยต่ำเฉพาะ 3 ปีแรกเป็นส่วนใหญ่

จุดประสงค์ในการรีไฟแนนซ์บ้าน

ในการรีไฟแนนซ์บ้านจะมีจุดประสงค์ 3 ข้อด้วยกัน นั่นคือ

  1. ต้องการผ่อนชำระหนี้บ้านให้น้อยลง(ไม่กู้เพิ่ม)

หลังจากหมดโปรโมชั่นดอกเบี้ยต่ำแล้ว อาจจะเป็น 1 หรือ 3 ปี แล้วแต่ หลังจากนี้ธนาคารก็จะคิด อัตราดอกเบี้ยในลักษณะลอยตัว (MLR) หรือ ลอยตัวแล้วมีส่วนลด ( MLR-) ซึ่ง MLR แต่ละธนาคารก็จะไม่เท่ากัน ซึ่งหากเราต้องการรีไฟแนนซ์ก็ต้องมาตรวจสอบดูส่วนต่างระหว่างการใช้ดอกเบี้ยธนาคารเดิม กับ ค่าใช้จ่ายหลังจากรีไฟแนนซ์ไปยังธนาคารใหม่ว่า จะมีส่วนลดมากพอที่จะทำเรื่องไฟแนนซ์ไปหรือไม่ ซึ่งในทุกปีแต่ละธนาคารก็จะแข่งขันกันออกโปรโมชั่นดอกเบี้ยถูกเพื่อดึงลูกค้ากันเองอยู่แล้ว เราจึงแค่คอยตรวจสอบว่าที่ไหนดีที่สุด เมื่อเทียบกับที่เราใช้อยู่ ลองบวกลบ คูณ หารดู หากมีกำไรคุ้มค่าก็ดำเนินการย้ายไปได้เลย

  1. ต้องการรีไฟแนนซ์บ้านเพื่อนำส่วนต่างออกมาใช้จ่าย (กู้เพิ่มจากวงเงินเดิม)

หากเป็นแบบนี้แน่นอนว่าภาระผ่อนบ้านต้องหนักขึ้น เพราะเราเพิ่มวงเงินกู้มากขึ้นกว่าเดิม แต่ก็เป็นแนวทางในการหาเงินทุนมาหมุนเวียนธุรกิจของเราได้ หรือหากใครจะนำส่วนต่างจากการรีไฟแนนซ์บ้านไปชำระหนี้ในส่วนอื่นๆก็ได้เช่นกัน

  1. บ้านไม่มีภาระผ่อนแล้วแต่ต้องการเงิน

การรีไฟแนนซ์บ้านวิธีนี้จะได้ต้นทุนถูกที่สุด ประมาณ 4-5% เท่านั้นเอง ซึ่งแตกต่างจากกรณีเรามีภาระผ่อนชำระอยู่แล้วขอกู้เพิ่ม เพราะส่วนที่กู้เพิ่มมักถูกคิดอัตราดอกเบี้ยอุปโภคบริโภคอยู่ที่ประมาณ 12-15%

ขั้นตอนการรีไฟแนนซ์บ้านควรทำอย่างไรบ้าง

  1. หากยังผ่อนชำระไม่หมดต้องการรีไฟแนนซ์บ้านเพื่อให้ผ่อนชำระน้อยลงโดยไม่ได้กู้เพิ่ม แบบนี้เราควรตรวจสอบหาว่าที่ใดให้ อัตราดอกเบี้ยต่ำที่สุด เงื่อนไขที่ดีที่สุด ก็ยื่นเอกสารกับธนาคารนั้นได้เลย
  2. หากยังผ่อนชำระไม่หมดต้องการรีไฟแนนซ์บ้านเพื่อนำส่วนต่างออกมาใช้จ่าย หรือเป็นการกู้เพิ่มจากวงเงินเดิม แบบนี้ต้องต้องดำเนินการ
  • ตรวจสอบอัตราดอกเบี้ยและเงื่อนไขที่ดีที่สุดจากหลายๆธนาคาร ทั้งนี้ควรเลือกธนาคารที่ให้วงเงินสูงที่สุด
  • ยื่นเอกสารกับธนาคารที่ชอบอย่างน้อย 3 แห่งขึ้นไป เนื่องจากธนาคารแต่ละที่จะมีการประเมินราคาหลักทรัพย์ที่แตกต่าง เพราะใช้บริษัทประเมินราคาคนละบริษัทกัน ดังนั้นราคาตั้งต้นแต่ละธนาคารที่ใช้คิดจึงแตกต่างกัน และแน่นอนวงเงินที่ได้ย่อมต่างกันค่ะ
  1. เมื่อเลือกธนาคารที่จะรีไฟแนนซ์ได้แล้ว ยื่นเอกสารไปแล้ว ต่อไปก็จะเป็นขั้นตอนเจ้าหน้าที่ผู้ประเมินทรัพย์สินออกมาตรวจสอบ และรอผลการอนุมัติ ซึ่งในกรณีที่ได้รับการอนุมัติแล้ว เราต้องติดต่อธนาคารเก่า เพื่อนัดวันไถ่ถอนที่สำนักงานที่ดิน จากนั้นธนาคารเดิมจะทำการสรุปยอดหนี้ให้ เมื่อเสร็จสิ้นขั้นตอนนี้ เราจึงจะติดต่อกับธนาคารใหม่ได้ เพื่อนัดวันทำสัญญา และโอนทรัพย์ที่ใช้จำนองในวันเดียวกับที่เรานัดธนาคารเดิม ซึ่งขั้นตอนต่างๆ กว่าจะได้โอนบ้านและที่ดินก็ค่อนข้างใช้เวลาอยู่เหมือนกันค่ะ

วงเงินที่ได้จากการรีไฟแนนซ์บ้านประมาณเท่าไร?

ในขั้นตอนยื่นเอกสารยังตอบไม่ได้ จนกว่าบริษัทประเมินราคาจะได้ทำการประเมินราคาทรัพย์สินของเราแล้ว ซึ่งโดยทั่วไปจะใช้เวลาประมาณ 7-15 วันนับแต่วันที่ยื่นเอกสารไป โดยจะอนุมัติและโอนกรรมสิทธิ์เสร็จสิ้นภายใน 30 วัน หรือ ไม่เกิน 45 วันแล้วแต่ธนาคาร ทั้งนี้แต่ละธนาคารจะได้วงเงินกู้เมื่อคิดจากราคาประเมิน ดังนี้

  • ธนาคารกรุงเทพ จำกัด วงเงินจะไม่เกินหนี้เดิม
  • ธนาคารกรุงไทย จำกัด  วงเงินจะอยู่ที่ 85% ของราคาประเมิน
  • ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด วงเงินจะอยู่ที่ 100% ของราคาประเมิน
  • ธนาคารกสิกรไทย จำกัด วงเงินจะอยู่ที่ 100% ของราคาประเมิน
  • ธนาคารกรุงศรี จำกัด วงเงินจะอยู่ที่ 90 % ของราคาประเมิน
  • ธนาคารออมสิน วงเงินจะอยู่ที่ 90% ของราคาประเมิน
  • ธนาคารธนชาติ จำกัด วงเงินจะอยู่ที่ 100% ของราคาประเมิน
  • ธนาคารทหารไทย จำกัด วงเงินจะอยู่ที่ 100% ของราคาประเมิน
  • ธนาคารยูโอบีวงเงินจะอยู่ที่ 90% ของราคาประเมิน

ค่าใช้จ่ายในการ Refinanceบ้านมีอะไรบ้าง

  • ค่าประเมินราคาทรัพย์สิน ประมาณ 2,500 -4,000 บาท
  • ค่าธรรมเนียมจัดการวงเงินกู้ ประมาณ 1,000-3,000 บาท
  • ค่าอากรแสตมป์  คิดที่ 200/1 จุด
  • ค่าจำนองที่ดิน คิดที่ 1 %
  • ค่าปรับปิดบัญชีก่อนกำหนด คิดที่ 3%
  • ค่าออกเช็ค ค่านิติกรรม ประมาณ 1,000-2,000 บาท
  • ค่าทำประกัน แล้วแต่นโยบายของธนาคาร

โดยสรุป ค่าใช้จ่ายในการ refinance บ้านใหม่ทั้งหมดจะมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยอยู่ราวๆ 2-3% ของวงเงินกู้ โดยค่าเฉลี่ยนี้อาจสูงได้ถึง 4.3% ของวงเงินรีไฟแนนซ์

ค่าใช้จ่ายในการรีไฟแนนซ์บ้าน: ( UPDATE 29/09/2559 ) ที่มา : ธนาคารแห่งประเทศไทย

เอกสารสำหรับรีไฟแนนซ์บ้านมีอะไรบ้าง?

  1. สำเนาบัตรประชาชน/สำเนาบัตรรัฐวิสาหกิจ/สำเนาบัตรข้าราชการพร้อมตัวจริง
  2. สำเนาทะเบียนบ้าน
  3. สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล (ถ้ามี) พร้อมตัวจริง
  4. สำเนาทะเบียนสมรส/ ใบมรณะบัตร/ใบหย่าหรือใบแจ้งความแยกกันอยู่พร้อมฉบับจริง
  5. ใบรับรองเงินเดือนฉบับจริง สลิปเงินเดือนหรือหลักฐานการรับรองเงินเดือนย้อนหลัง 3 เดือน
  6. สำเนาบัญชีเงินฝากแสดงรายการย้อนหลัง 6 เดือน หรือหลักฐานแสดงฐานะทางการเงินอื่น ๆพร้อมฉบับจริงหรือ Statement พร้อมรับรอง
  7. สำเนาทะเบียนการค้า ทะเบียนบริษัท หรือห้างหุ้นส่วนฯ(ภงต.90, 91, ทวิ 50, หนังสือหักภาษี ณ ที่จ่าย) กรณีประกอบธุรกิจ
  8. หลักฐานการเสียภาษีเงินได้พร้อมใบเสร็จตัวจริงจากกรมสรรพากร ย้อนหลัง 6 เดือน กรณีประกอบธุรกิจ
  9. รูปถ่ายกิจการ จำนวน 3-4 รูป กรณีประกอบธุรกิจ
  10. สำเนาในประกอบวิชาชีพ หรือใบอนุญาตประกอบการ กรณีประกอบอาชีพส่วนตัว
  11. ใบเสร็จการผ่อนชำระย้อนหลัง 24 เดือน กรณีไถ่ถอน
  12. สำเนาโฉนดที่ดิน/นส.3ก/หนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด/อช.2(2ชุด) พร้อมรับรองจาก สนง.ที่ดิน

การรีไฟแนนซ์บ้านกู้ร่วมได้หรือไม่?

การรีไฟแนนซ์เพื่อขอลดดอกเบี้ยบ้านสามารถมีคนกู้ร่วมได้ค่ะ แต่ต้องเป็น พ่อ แม่ พี่ น้อง ภรรยา และบุตรเท่านั้นค่ะ

เราสามารถรีไฟแนนซ์บ้านธนาคารเดิมได้หรือไม่?

หากถามว่าเราสามารถรีไฟแนนซ์กับธนาคารเดิมได้ไหม ต้องบอกว่าได้ค่ะ เนื่องจากการรีไฟแนนซ์กับธนาคารใหม่ค่อนข้างยุ่งยากซับซ้อนและใช้เวลานาน ทำให้บางคนเบื่อและถอดใจกับการติดตามผลการพิจารณารีไฟแนนซ์ หลายคนๆจึงเลือกที่จะรีเทนชั่น (RETENTION การขอลดดอกเบี้ย) เพราะสะดวกรวดเร็วกว่า เนื่องจากทางธนาคารมีประวัติเดิมของเราอยู่แล้ว แถมหากใครมีประวัติการชำระเงินที่ตรงต่อเวลาสม่ำเสมอ แบบนี้แทบไม่ต้องเสียเวลาพิจารณานาน แค่เราติดต่อ call center ธนาคาร เพื่อแจ้งขอลดอัตราดอกเบี้ย และทิ้งเวลาให้ธนาคารตรวจสอบประวัติการชำระเงิน จากนั้นรอประเมินส่วนลดเล็กน้อย แล้วให้ติดต่อกลับมาแจ้งผลและอัตราดอกเบี้ยที่สามารถลดให้เรา แค่นี้ก็จบ ซึ่งว่าไปแล้วก็ดีเหมือนกันนะ

รีไฟแนนซ์บ้านด้วยการย้ายธนาคาร กับขอปรับลดอัตราดอกเบี้ยธนาคารเดิม อย่างไหนจะดีกว่ากัน

การรีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคารใหม่ 

ในปัจจุบัน สถาบันการเงินมักมีการแข่งขันออกแคมเปญสินเชื่อบ้านใหม่ๆมาดึงดูดลูกค้ากันอยู่เรื่อยๆ ดังนั้นจึงเป็นประโยชน์ของเราที่จะลองเลือกดู หากมีรายละเอียดที่ดีน่าสนใจก็เลือกทำได้ แต่สิ่งหนึ่งที่ควรระวังก็คือการเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยอย่างรอบคอบ เพราะบางแห่งอ้างอิงดอกเบี้ย MRR บางแห่งอ้างอิง MLR ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว อัตราแบบ MRR จะสูงกว่าแบบ MLR จึงอาจทำให้สถาบันการเงินเสนอดอกเบี้ย MRR ลบ 0.75% ซึ่งบางทีอาจจะยังคงแพงกว่าดอกเบี้ย MLR ลบ 0.25% ก็ได้ นอกจากนี้ อัตรา MLR ของแต่ละสถาบันการเงินก็ยังอุตส่าห์มีความแตกต่างกันอีกด้วย แบบนี้ถ้าคิดไม่ละเอียดมีหวังแย่เหมือนกัน แถมการย้ายแบงก์ ยังมีค่าธรรมเนียมต่างๆไม่ว่าจะเป็นค่าธรรมเนียมประเมินหลักประกัน หรือค่าธรรมเนียมจดจำนอง เป็นต้น

การรีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคารเดิม

การขอปรับลดอัตราดอกเบี้ย อาจเป็นวิธีที่สะดวกกว่า (แต่ก็ยังไม่มีความแน่นอนว่าจะได้รับดอกเบี้ยใหม่ที่ถูกกว่าแคมเปญของธนาคารที่อื่นเสมอไป) แค่เพียงสัญญาแนบท้ายสัญญาเงินกู้ฉบับเดิมว่าจะคิดดอกเบี้ยในอัตราใหม่เพียงเท่านี้ก็เรียบร้อยแล้วแล้ว ยังไงก็ลองคิดให้รอบคอบก่อนค่ะ

ประโยชน์ของการรีไฟแนนซ์บ้านมีอะไรบ้าง?

  1. ทำให้เราจ่ายดอกเบี้ยถูกลง ทำให้ภาระการผ่อนชำระน้อยลงไปด้วย
  2. หากรีไฟแนนซ์บ้านเพื่อต้องการเงินส่วนต่าง เราก็จะสามารถนำเงินส่วนต่างไปหมุนเวียนใช้จ่ายหรือหมุนเวียนในธุรกิจได้
  3. หากอยู่ในภาวะดอกเบี้ยสูง สามารถรีไฟแนนซ์ไปที่แบบดอกเบี้ยคงที่ตลอดอายุสัญญา ก็จะสามารถป้องกันความเสี่ยงเรื่องอัตราดอกเบี้ยที่ควบคุมไม่ได้

ข้อควรระวังในการรีไฟแนนซ์บ้าน

  1. ก่อนที่จะตัดสินใจรีไฟแนนซ์บ้าน ควรคำนวณค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้ดีก่อน ไม่เช่นนั้นการรีไฟแนนซ์ครั้งนี้อาจไม่คุ้มค่าเลย
  2. บางทีธนาคารที่เรามีสินเชื่ออยู่ อาจเข้าไปต่อรองดอกเบี้ยหลังหมดโปรโมชั่นได้ โดยที่เราไม่จำเป็นต้องย้ายหนีเลย
  3. ค่าใช้จ่ายในการรีไฟแนนซ์บางธนาคาร อาจมีโปรโมชั่น เช่น ฟรีค่าจดจำนอง ( ซึ่งจะคิดรวมรวมอยู่ในดอกเบี้ยแล้ว ) จึงเหมาะสำหรับคนที่ไม่สะดวกเตรียมค่าจดจำนอง(1%)ในวันที่ต้องโอนกรรมสิทธิ์
  4. ประกันภัยประกันชีวิตประเภทต่างๆที่ธนาคารขายคู่มากับกับสินเชื่อเป็นเรื่องที่สามารถต่อรองได้ ทางที่ดีควรเลือกที่เหมาะสมกับตัวเรา
  5. ระยะดอกเบี้ยโปรโมชั่นรีไฟแนนซ์ปกติจะประมาณ 3%- 5% จึงควรตรวจสอบให้ถี่ถ้วนก่อนเลือกค่ะ

รีไฟแนนซ์บ้านอย่างไรให้คุ้มค่า

จะต้องเสียทั้งเงิน เสียทั้งเวลาในการรีไฟแนนซ์กันแล้ว ยังไงต้องคุ้มค่านะคะ ด้วยวิธีการแบบนี้

  1. เปรียบเทียบเงื่อนไขของธนาคารต่างๆให้ดีก่อนตัดสินใจ
  • ดอกเบี้ยตลอดอายุสินเชื่อของธนาคารที่เราจะรีไฟแนนซ์ ต่ำกว่าดอกเบี้ยตลอดสินเชื่อที่ใช้อยู่ในปัจจุบันมากน้อยเพียงใด
  • ดอกเบี้ยโปรโมชั่นที่จะย้ายไปใช้บริการ อยู่ในอัตราที่ดีที่สุดในระบบหรือยัง
  • ควรดูเงื่อนไขเรื่องจำนวนเงินผ่อนต่องวดที่ลดลง ระยะเวลาการผ่อนชำระที่นานขึ้น เพื่อที่จะได้คำนวณว่าจะช่วยลดภาระดอกเบี้ยได้มากแค่ไหน
  1. สำรวจค่าใช้จ่ายอื่นๆ

อยากจะบอกว่าการรีไฟแนนซ์เพื่อลดดอกเบี้ยบ้านก็คล้ายๆกับการขอสินเชื่อใหม่ดีๆนี่เอง ดังนั้นเราจึงต้องจ่ายค่าธรรมเนียมใน
กระบวนการต่างๆ ทั้งการจดจำนองหลักประกัน 1% ของวงเงินกู้ การประเมินมูลค่าหลักประกัน หรือการทำประกันอัคคีภัย ซึ่งถึงแม้ว่าหลายๆธนาคารจะยื่นข้อเสนอประเภทฟรีค่าธรรมเนียมเพื่อจูงใจให้รีไฟแนนซ์
ที่สำคัญควรตรวจสอบเงื่อนไขการไถ่ถอนสินเชื่อจากธนาคารเดิมด้วยว่าเขากำหนดให้สามารถรีไฟแนนซ์ได้ตั้งแต่ปีที่เท่าไรของการกู้ เพราะหากผิดเงื่อนไขขึ้นมาก็จะต้องเสียค่าปรับในการไถ่ถอนก่อนกำหนดอีกด้วย

  1. ตัดสินใจอีกครั้งว่าควรจะรีไฟแนนซ์หรือไม่

หลังจากที่เรารวบรวมข้อมูลแหล่งเงินกู้ที่ให้อัตราดอกเบี้ยต่ำที่สุดแล้ว จากนั้นก็นำมาวิเคราะห์บวกกับค่าใช้จ่ายต่างๆ เพื่อตัดสินใจอีกครั้ง หากดูแล้วคุ้มค่าต่อการรีไฟแนนซ์ ก็ติดต่อธนาคารและดำเนินการตามขั้นตอนได้เลย

การรีไฟแนนซ์จะเป็นประโยชน์กับเรามากที่สุดหากมีการศึกษา ตรวจสอบ และเปรียบเทียบอย่างละเอียด หากไตร่ตรองและคิดว่านี่เป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้วก็อย่าช้าค่ะ รีบไปธนาคารเป้าหมายที่ต้องการได้เลย!!

ขอขอบคุณรุปภาพสวยๆจาก Pixabay.com

รีไฟแนนซ์บ้านธนาคารไหนดี 2563 – รีไฟแนนซ์บ้านธนาคารเดิม เพิ่มวงเงิน iMoney

was last modified: by


Update สินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้าน เดือน พฤษภาคม 2564 ธนาคาร ธอส


Update สินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้าน เดือน พฤษภาคม 2564 ธนาคาร ธอส
รับชมคลิปเต็มที่ : https://youtu.be/F6TsC7Jyr8A
จุดเด่น
ระยะเวลาขอสินเชื่อถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2564
ระยะเวลาผ่อน ไม่น้อยกว่า 3 ปี 6 เดือน และไม่เกิน 40 ปี
อัตราดอกเบี้ย (วงเงินต่ำกว่า 3 ล้าน) → เฉลี่ย 3 ปี 3% ต่อปี
อัตราดอกเบี้ย (วงเงินมากกว่า 3 ล้าน) → เฉลี่ย 3 ปี 2.82% ต่อปี
สำหรับปี 2564 นี้อัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนว์บ้านยังอยู่ในอัตราที่ต่ำอยู่นะครับดังนั้นถ้าใครกำลังวางแผนที่จะรีไฟแนนซ์บ้านในช่วงต้นปีนี้ ลองศึกษาข้อมูลและรายละเอียดเพิ่มเติมดูนะครับ นับว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีมากๆคับ
ผมขออธิบายเรื่องเกี่ยวกับการ Refinance เบื้องต้นให้สำหรับคนที่ยังไม่มีพื้น ยังไม่มีความรู้ ว่าทำไมเราต้องรีไฟแนนซ์บ้าน และ รีไฟแนนซ์บ้านไปทำไมให้เพื่อนๆที่ยังไม่รู้ฟังก่อนสักนิดนึงนะครับ ใครรู้แล้วข้ามไปด้านในคลิปได้เลยนะครับ
รีไฟแนนซ์บ้านคืออะไร?
การรีไฟแนนซ์คือการ ขอสินเชื่อใหม่กับธนาคารใหม่ครับ อ้าวแล้วทำไมผ่อนกับธนาคารเดิมอยู่ดีๆทำไมต้องย้ายธนาคารด้วยหละ คือแบบนี้ครับโดยปกติแล้วอัตราดอกเบี้ยบ้าน เขาจะถูกในช่วง 3 ปีแรก ซึ่งโดยค่าเฉลี่ยของตอนนี้นะครับ 3 ปีแรกก็จะตกอยู่ที่ 3 เปอร์เซ็นต์ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ครับ ละครจบปีที่ 3 เนี่ยดอกเบี้ยก็จะลอยตัวขึ้นครับเป็น mrr เท่าไหร่ก็ว่ากันไป เท่าไหร่ก็ว่ากันไป ดอกเบี้ยจะขึ้นไปอยู่ประมาน 56% ต่อปีครับ ดังนั้นการรีไฟแนนซ์คือการไปขอสินเชื่อกับธนาคารใหม่เพื่อที่จะได้กลับมาได้อัตราดอกเบี้ยถูกๆในช่วง 3 ปีแรกเหมือนเดิมครับ ซึ่งการ refinance เนี่ยจะเป็นการที่ทำให้เราประหยัดดอกเบี้ยไปได้หลักหลายแสนหลักล้านบาทเลยนะครับและที่สำคัญครับยังช่วยให้เราผ่อนบ้านหมดเร็วขึ้นด้วย
ซึ่งตรงนี้ผมขออธิบายเร็วๆแค่นี้แล้วกันนะครับผมได้เคยทำคลิปอธิบายเกี่ยวกับเรื่องการรีไฟแนนซ์ไว้แล้วอย่างละเอียดนะครับอยู่ในช่อง YouTube Channel นี้ถ้าเกิดว่าใครยังไม่ได้ดูนะครับสามารถกดด้านบนนี้นะครับเพื่อเข้าไปดูได้
🌟รีไฟแนนซ์บ้านสรุปจบในคลิปเดียว🌟
https://youtu.be/NsI2IwVv8g0
ดังนั้นวันนี้ทั้ง 6 ธนาคารที่ผมเอามาให้เลือกดูนี้เนี่ยคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์สำหรับคนที่กำลังหาข้อมูลอยู่ ซึ่งถ้าใครอยากดูรายละเอียดทั้งหมดสามารถเข้าไปดูได้ที่ website แต่ละธนาคารเลยนะครับ หรือสอบถามได้ที่ ธนาคารนั้นๆโดยตรงเลยคับ
🌟สรุป รีไฟแนนซ์ ควรทำไหม🌟
การรีไฟแนนซ์ถือว่าเป็นกระบวนการที่ช่วยลดภาระดอกเบี้ยสำหรับคนที่กำลั��ผ่อนบ้านอยู่เป็นอย่างมาก อีกทั้งเรายังสามารถกำหนดกลยุทธและแผนการในการผ่อนบ้านได้ในทุกๆ 3 ปีอีกด้วยครับ ส่วนตัวผมคิดว่าเป็นเรื่องสำคัญและเรื่องจำเป็นอย่างมากสำหรับคนที่กำลังผ่อนบ้านอยู่นะครับ เราศึกษาควรรายละเอียดของอัตราดอกเบี้ยแต่ละธนาคาร เงื่อนไข ข้อกำหนดต่างๆให้รอบคอบก่อนการทำธุรกรรมใดๆนะครับ เพื่อประโยชน์สูงสุดของตัวเราเองครับ
รีไฟแนนซ์ธอส ธนาคารธอส
รีไฟแนนซ์ refinance รีไฟแนนซ์บ้าน ดอกเบี้ยบ้าน รีไฟแนนซ์บ้าน2564 รีไฟแนนซ์บ้าน2564 refinanceบ้าน การรีไฟแนนซ์ รีไฟแนนซ์คอนโด

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูความรู้เพิ่มเติมที่นี่

Update สินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้าน เดือน พฤษภาคม 2564 ธนาคาร ธอส

FM 96.5 | ECON BIZ | 20 ต.ค.64


รายการ ECON_BIZ ThinkingRadio
ทุกวันจันทร์ศุกร์ เวลา 16.00 17.00 น.
ร่วมเกาะติดการลงทุนวันนี้โดย ศิริวรรณ นพรัตน์ และ ทวีสุข ธรรมศักดิ์
==================
ติดตามชม LIVE สดและฟังย้อนหลังที่เว็บไซต์
Thinking Radio: thinkingradio.mcot.net/live
รวมถึง Subscribe พวกเราได้ที่ : youtube.com/thinkingradio
==================
ติดตามความเคลื่อนไหว Thinking Radio ได้ที่
✓ Facebook : https://www.facebook.com/Thinkingradio
✓ YOUTUBE : https://www.youtube.com/thinkingradio
✓ LINE : https://line.me/R/ti/p/%40thinkingradio
✓ Twitter : https://twitter.com/thinkingradioFM
✓ Web : https://thinkingradio.mcot.net/vlive
✓ Instagram : https://www.instagram.com/thinkingradio//

FM 96.5 | ECON BIZ | 20 ต.ค.64

รีไฟแนนซ์บ้านคืออะไร ทำไมผ่อนบ้านครบ 3 ปีต้อง Refinance สรุปจบในคลิปเดียว | Guru Living


รีไฟแนนซ์ คืออะไร แล้วมีประโยชน์อะไรกับคนที่กำลังผ่อนบ้านอยู่บ้าง วันนี้เราจะมาคุยกันอย่างละเอียดเลยครับ
ก่อนที่เราจะไปพูดถึงการ รีไฟแนนซ์บ้านนะครับผมขออธิบายโครงสร้างสินเชื่อที่อยู่อาศัยหรือโครงสร้างของหนี้บ้านเราก่อนนะครับว่า โดยปรกติแล้วหนี้ที่เราไปกู้ธนาคารมาเนี่ยเขามีลักษณะการคิดดอกเบี้ยอย่างไรบ้าง
โดยปรกติแล้วสินเชื่อที่อยู่อาศัยของธนาคารพาณิชย์แต่ละที่จะมีการกำหนดอัตราดอกเบี้ยของสินเชื่อนั้นๆเป็นสองลักษณะใหญ่ๆครับคือ
1.ดอกเบี้ยเงินกู้แบบคงที่ (Fixed Rate)
อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่หมายความว่าอัตราดอกเบี้ยจะคงที่ไว้ตามที่เราได้ตกลงกับธนาคารที่ปล่อยสินเชื่อนั้นๆ เช่นถ้าเราตกลงว่าเราจะขอกู้ในอัตราดอกเบี้ยคงที่ 5% ในช่วง 3 ปีแรกเราก็จะได้ดอกเบี้ยตามที่ตกลงไว้ครับ ทางธนาคารจะไม่สามารถเรียกเก็บอัตราดอกเบี้ยเกินกว่าที่ตกลงกับเราไว้ได้
2 ดอกเบี้ยเงินกูแบบลอยตัว ( Floating Rate )
อัตราดอกเบี้ยแบบลอยตัวหมายความว่า ดอกเบี้ยสินเชื่อของเราจะเปลี่ยนแปลงไปตามที่สถาบันการเงินกำหนดครับ โดยอัตราดอกเบี้ยในส่วนนี้สถาบันการเงินจะออกมากำหนดเป็นงวดๆแล้วแต่นโยบายในแต่ละช่วงครับ โดยจะอ้างอิงตามค่า MRR , MOR , MLR ในแต่ละช่วงเวลา

โดยปรกติการที่เราาไปกู้สินเชื่ที่อยู่อาศัย ทางธนาคารส่วนมากจะกำหนดอัตราดอกเบี้ยในช่วง 1 3 ปีแรกเป็นแบบคงที่ Fixrate ครับและที่สำคัญเป็นอัตราดอกเบี้ยที่ค่อนข้างจะต่ำด้วยครับเช่น คิดคงที่ 3 ปีแรก 5 % และในปีที่ 3 เป็นต้นไปดอกเบี้ยสินเชื่อของเราก็จะปรับเป็นแบบลอยตัวตามค่า MRR , MLR และ MOR ตามที่ธนาคารกำหนดในช่วงนั้นๆครับ

แล้วการรีไฟแนนซ์บ้านเกี่ยวข้องยังไงกับการผ่อนบ้านหละ
จากที่ผมได้อธิบายไปแล้วนะครับว่า ส่วนมากธนาคารจะกำหนดอัตราดอกเบี้ยคงที่ให้เราในช่วง 3 ปีแรกเท่านั้นภายหลังจากนั้นอัตราดอกเบี้ยก็จะปรับมาเป็นแบบลอยตัว ซึ่งก็จะอยู่ที่ประมาณ 7% ต่อปีครับซึ่งถ้าเราผ่อนชำระต่อไปแบบไม่ได้ทำอะไรกับมันเลยก็จะกลายเป็นว่า เราจะผ่อนธนาคารในอัตราดอกเบี้ยที่มากเกินจำเป็นครับ การ Refinace จึงเป็นการมาช่วยลดอัตราดอกเบี้ยของยอดหนี้เราครับ

มาดูความหมายของรีไฟแนนซ์ก่อนครับ
รีไฟแนนซ์คือการขอสินเชื่อก้อนใหม่จากธนาคารครับ อาจจะเป็นธนาคารเดิมที่เรากู้อยู่หรือไปยื่นขอธนาคารใหม่ก็ได้ครับ นั่นหมายความว่าเราจะเปลี่ยนหนี้เดิมทั้งก้อน กลายมาเป็นหนี้ก้อนใหม่เลยครับ พูดง่ายๆว่าขอกู้ใหม่อีกรอบ แต่ที่พิเศษกว่านั้นก็คือ การรีไฟแนนซ์เราสามารถกำหนดแผนการในการผ่อนชำระได้หลากหลายมากขึ้นด้วยครับยกตัวอย่างเช่น

กรณีที่1 เราอยากผ่อนบ้านให้หมดเร็วขึ้น
เราอาจเลือกระยะเวลาผ่อนชำระให้สั้นลง ส่งเงินต่องวดให้มากขึ้น
จากของเดิมเราผ่อน ยอดสินเชื่อคงเหลือ 2,000,000 บาท ระยะเวลา 30 ปี ผ่อนต่อเดือน 14,000 ถ้าเราอยากผ่อนให้หมดเร็วขึ้นเราอาจเลือกการ Refinace เป็น
ยอดสินเชื่อ 2,000,000 บาท ระยะเวลา 20 ปี ผ่อนต่อเดือน 18,000 บาทต่อเดือน

กรณีที่ 2 เราอยากให้ยอดผ่อนชำระต่อเดือนลดลง
จากยอดหนี้เดิมที่เราผ่อนธนาคารมาแล้ว 3 ปี ผมสมมุติว่า ถ้ายอดสินเชื่อเดิมเราคือ 2 ล้าน เราผ่อนมา 3 ปี เงินต้นอาจจะคงเหลือประมาณ 1.8 ล้านบาท และยอดเดิมเราผ่อนธนาคารอยู่ที่เดือนละ 14,000 บาท

เราอาจเลือกรีไฟแนนซ์ใหม่โดยคิดคำนวนจากยอดหนี้คงเหลือ 1.8 ล้านบาทได้ครับ โดยกำหนดระยะเวลากู้คือ 30 ปี ทีนี้ยอดผ่อนชำระของเราก็จะลดลงมาแล้วครับ

เห็นไหมครับว่าการรีไฟแนนซ์นั้นเป็นประโยชน์อย่างมากทั้งในแง่การผ่อนบ้านให้หมดไวขึ้น การจ่ายต่อเดือนที่ถูกลง และ การปรับอัตราดอกเบี้ยให้ถูก ดังนั้นการรีไฟแนนซ์จึงถือว่าเป็นเรื่องสำคัญที่คนที่กำลังผ่อนบ้านควรให้ความสนใจอย่างมากเลยครับ

แล้วเงื่อนไขการรีไฟแนซ์มีอะไรบ้างหละ
อาจจะเห็นว่าการ รีไฟแนนซ์ นั้นมีประโยชน์และน่าสนใจใช่ไหมหละครับแต่การขอรีไฟแนนซ์ก็มีกฎกติกาและก็เงื่อนไขเหมือนกันนะครับ โดยปรกติแล้วการ Refinace จะสามารถทำได้ก็ต่อเมื่อ
1.เราผ่อนชำระกับธนาคารเดิมมาเป็นระยะเวลาทั้งสิน 3 ปีเต็ม (บางธนาคาร 5 ปี)
2.เราต้องเป็นลูกหนี้ชั้นดีของธนาคารนั้นๆ คือเราต้องชำระค่างวดบ้านอย่างตรงเวลาตลอดนะครับถึงจะเป็นลูกหนี้ชั้นดี ถ้าจ่ายบ้างเบี้ยวบ้างอันนี้น่าคิดครับ

สรุป รีไฟแนนซ์ ควรทำไหม
การรีไฟแนนซ์ถือว่าเป็นกระบวนการที่ช่วยลดภาระดอกเบี้ยสำหรับคนที่กำลังผ่อนบ้านอยู่เป็นอย่างมาก อีกทั้งเรายังสามารถกำหนดกลยุทธและแผนการในการผ่อนบ้านได้ในทุกๆ 3 ปีอีกด้วยครับ ส่วนตัวผมคิดว่าเป็นเรื่องสำคัญและเรื่องจำเป็นอย่างมากสำหรับคนที่กำลังผ่อนบ้านอยู่นะครับ เราศึกษาควรรายละเอียดของอัตราดอกเบี้ยแต่ละธนาคาร เงื่อนไข ข้อกำหนดต่างๆให้รอบคอบก่อนการทำธุรกรรมใดๆนะครับ เพื่อประโยชน์สูงสุดของตัวเราเองครับ
………………………………………………..
ติดต่องาน
Mail: [email protected]
website: https://gurulivingth.com/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCSq…
Facebook: https://www.facebook.com/gurulivingth/
………………………………………………..
รีไฟแนนซ์ refinance รีไฟแนนซ์บ้าน ดอกเบี้ยบ้าน รีไฟแนนซ์บ้าน2562 รีไฟแนนซ์บ้าน2563 refinanceบ้าน การรีไฟแนนซ์ รีไฟแนนซ์คอนโด รีไฟแนนซ์ดีไหม
รีไฟแนนซ์คือ guruliving

รีไฟแนนซ์บ้านคืออะไร ทำไมผ่อนบ้านครบ 3 ปีต้อง Refinance สรุปจบในคลิปเดียว  | Guru Living

#คุยต้องรวย เลิกดีกว่าถ้าทำแล้วไม่เหลือ?!?


บางทีเราทำธุรกิจอะไรแล้วมัน\”ไม่รอด\”เนี่ย
ต้องยอมรับความจริงนะ ขืนฝืนไปจะพังกันหมดเปล่าๆ !!!
ถ้าทำแล้วมันยิ่งแย่ เลิกดีกว่าจะได้ไม่เสียหายกันไปมากกว่านี้
คุยต้องรวย หนุ่มมันนี่โค้ช เลิกดีกว่าถ้าทำแล้วไม่เหลือ

#คุยต้องรวย เลิกดีกว่าถ้าทำแล้วไม่เหลือ?!?

ราคาน่ารัก Benz W204 C200 CGI Minorchange เกียร์เจ็ดสปีด เจอตัวจริงถ้าไม่สวยจ่ายค่าเสียเวลา


ใหม่กว่านี้ต้องออกป้ายแดง!!!!
Mercedes Benz W204 C200 CGI เป็นตัว Minorchange แล้ว ปี 2012 สภาพใหม่มากๆกริ๊ปๆ สีเดิมโรงงาน วิ่งน้อย 1xxxxxโล ไมล์แท้ๆไม่มีกรอ ภายในสวยกริ๊ปและใหม่มากๆ เบาะไม่มีชาด ระบบไฟฟ้าสมบูรณ์ เกียร์ไม่มีกระตุก ช่วงล่างนิ่มนวลมากๆ ความร้อนปกติ น้ำมันล้วน พร้อมเดินทางไกลยาวๆ จัดให้ในราคาโครตถูก จองก่อนได้ก่อน ช้าอดแน่นอน!!!!

น้ำมันล้วน
เบาะไฟฟ้าใช้ได้หมด
ปรับข้างไฟฟ้า
กระจกไฟฟ้า
ภาษีไม่ขาดต่อ
ทริปโทนิคใช้ได้หมด
เครื่องสดมากพุ่งๆ
เกียร์เข้านิ่มไม่มีกระตุกแม้แต่น้อย
ช่วงล่างนิ่มนวลไม่มีดัง
หัวหมอนไฟฟ้า
กระโปรงหลังไฟฟ้า
ประกันชั้นสอง
ภาษีเต็ม
เกียร์เจ็ดสปีด
ไม่มีปัญหาความร้อนใดๆทั้งสิ้น
จัดไปในราคาคุ้มสุดๆ 639000 เงินสดลดได้

จัดไฟแนนซ์ได้ ฟรีดาวน์ ฟรีจัด ฐานดี ออกรถไม่ต้องใช้เงิน

มีหน้าร้านเชื่อถือได้ซื้อขายสบายใจทั้งสองฝ่าย
มีบริการจัดส่งถึงหน้าบ้านทั่วประเทศ
รับซื้อขายแลกเทิร์น รถยนต์ บิ๊กไบค์ ทุกรุ่น จ่ายเงินสดถึงหน้าบ้านคุณให้ราคาสูง มีบริการรับปิดไฟแนนท์ ตกลงราคาไหนราคานั้นไม่มีกดหน้างาน
ติดตามผลงานได้ที่ https://www.facebook.com/400clubthailand/
by Mega Moto
สถานที่ร้าน Mega Moto ซอยประเสริฐมนูกิจ 33 ตรงข้ามร้านไปกันใหญ่
เบอร์ติดต่อ 0873333765
0803355484
Line golfmegamoto
อย่าลืมกดติดตามชมช่องผ่าน Youtube https://www.youtube.com/channel/UCWABXO3wS_e3Jd4_pVPphSg?view_as=subscriber

ราคาน่ารัก Benz W204 C200 CGI Minorchange เกียร์เจ็ดสปีด เจอตัวจริงถ้าไม่สวยจ่ายค่าเสียเวลา

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูวิธีอื่นๆWiki

ขอบคุณที่รับชมกระทู้ครับ รีไฟแนนซ์ บ้าน

See also  [NEW] วิธีการ กำจัดริ้วรอยบนหน้าผาก | ครีม ลบ ริ้ว รอย - Rosalizahotel

Leave a Reply

Your email address will not be published.