รีไฟแนนซ์หรือขอลดดอกเบี้ยดีกว่ากัน? | GSB TALKS | EP.6 | ดอกเบี้ย บ้าน

รีไฟแนนซ์หรือขอลดดอกเบี้ยดีกว่ากัน? | GSB TALKS | EP.6


นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูความรู้เพิ่มเติมที่นี่

“ก้อย” สาวออฟฟิศที่กำลังจะผ่อนคอนโดครบ 3 ปีและกำลังชั่งใจว่าจะรีไฟแนนซ์หรือขอปรับลดดอกเบี้ยดีจึงมาปรึกษากับ “วา” เพื่อนสนิทที่ออฟฟิศ วาจะสามารถช่วยก้อยได้หรือไม่มาเอาใจช่วยกันค่ะ
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ https://www.gsb.or.th
ติดตาม GSB Society
Facebook: www.facebook.com/GSBSociety
Twitter: www.twitter.com/GSBSociety
Instagram: www.instagram.com/GSBSociety
YouTube: www.youtube.com/GSBSociety

รีไฟแนนซ์หรือขอลดดอกเบี้ยดีกว่ากัน? | GSB TALKS | EP.6

รีวิวสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้านดอกเบี้ยต่ำ ปีแรก 0.75% จากธนาคารกรุงไทย 2564


รีวิวสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้านดอกเบี้ยต่ำ ปีแรก 0.75% จากธนาคารกรุงไทย 2564
สวัสดีครับผม วิน Guru Living นะครับวันนี้ครับผมจะมาอัพเดทผลิตภันทางการเงินที่สำคัญมากๆสำหรับคนที่กำลังผ่อนบ้านกันอยู่และผ่อนมาได้ระยะเวลาหนึ่งแล้วนะครับ ผลิตภัณฑ์ตัวนี้คือ สินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้าน จากธนาคารกรุงไทย สินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์กรุงไทย2564 นี้ครับว่าเขาจะมีรายละเอียด จะมีเงื่อนไขและที่สำคัญที่สุดอัตราดอกเบี้ยเป็นยังไงบ้าง

ก่อนที่เราจะเข้าไปคุยในเรื่องรายละเอียดของสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้านตัวนี้ผมขออธิบายเรื่องเกี่ยวกับการ Refinance เบื้องต้นให้สำหรับคนที่ยังไม่มีพื้น ยังไม่มีความรู้ ว่าทำไมเราต้องรีไฟแนนซ์บ้าน และ รีไฟแนนซ์บ้านไปทำไมให้เพื่อนๆที่ยังไม่รู้ฟังก่อนสักนิดนึงนะครับ ใครรู้แล้วข้ามไปด้านในคลิปได้เลยนะครับ
รีไฟแนนซ์บ้านคืออะไร?
การรีไฟแนนซ์บ้านคือการ ขอสินเชื่อใหม่กับธนาคารใหม่ครับ อ้าวแล้วทำไมผ่อนกับธนาคารเดิมอยู่ดีๆทำไมต้องย้ายธนาคารด้วยหละ คือแบบนี้ครับโดยปกติแล้วอัตราดอกเบี้ยบ้าน เขาจะถูกในช่วง 3 ปีแรก ซึ่งโดยค่าเฉลี่ยของตอนนี้นะครับ 3 ปีแรกก็จะตกอยู่ที่ 3 เปอร์เซ็นต์ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ครับ ละครจบปีที่ 3 เนี่ยดอกเบี้ยก็จะลอยตัวขึ้นครับเป็น mrr เท่าไหร่ก็ว่ากันไป เท่าไหร่ก็ว่ากันไป ดอกเบี้ยจะขึ้นไปอยู่ประมาน 56% ต่อปีครับ ดังนั้นการรีไฟแนนซ์คือการไปขอสินเชื่อกับธนาคารใหม่เพื่อที่จะได้กลับมาได้อัตราดอกเบี้ยถูกๆในช่วง 3 ปีแรกเหมือนเดิมครับ ซึ่งการ refinance เนี่ยจะเป็นการที่ทำให้เราประหยัดดอกเบี้ยไปได้หลักหลายแสนหลักล้านบาทเลยนะครับและที่สำคัญครับยังช่วยให้เราผ่อนบ้านหมดเร็วขึ้นด้วย
ซึ่งตรงนี้ผมขออธิบายเร็วๆแค่นี้แล้วกันนะครับผมได้เคยทำคลิปอธิบายเกี่ยวกับเรื่องการรีไฟแนนซ์ไว้แล้วอย่างละเอียดนะครับอยู่ในช่อง YouTube Channel นี้ถ้าเกิดว่าใครยังไม่ได้ดูนะครับสามารถกดด้านบนนี้นะครับเพื่อเข้าไปดูได้
รีไฟแนนซ์บ้านคืออะไร
https://youtu.be/NsI2IwVv8g0

คือตั้งแต่ต้นปี 2563 มาจนถึงต้นปี 2564
ก็อย่างที่ทุกคนทราบนะครับว่าเศรษกิจของประเทศและทั้งโลกกำลังประสบปัญหากันอย่างหนักหน่วงจริงๆครับ เนื่องจากวิกฤติ Covid 19 ที่ส่งผลกระทบภาคเศรษกิจทั้งระบบ และนั่นรวมไปถึงทำให้ภาค อสังหา และ การเงินก็ได้รับผลกระทบหนักมากเช่นกันครับ ซึ่งถ้าใครติดตามข่าวอยู่ก็น่าจะพอทราบกันว่า อัตราดอกเบี้ยในปีนี้ ลงมาเยอะมากก ตั้งแต่ช่วงต้นปีครับ ลดกันทุกธนาคาร ทั้งค่า MRR , MLR, MOR ซึ่งตรงนี้ผมขอเพิ่มเติมนิดนึงนะครับ สำหรับใครที่ยังไม่ทราบว่า ทั้งสามตัวนี้คืออะไร เกี้ยวยังไงกับคนที่จะซื้อบ้าน สามารถเข้าไปดูในลิ้ง
อัตราดอกเบี้ยบ้าน MRR MLR MOR คืออะไร
https://youtu.be/OBOLLWAmXiw

ดังนั้นแล้วสำหรับคนที่จะวางแผนรีไฟแนนว์บ้านในช่วงปี 2564 นี้ผมยังคิดว่า ยังคงเป็นอีกจังหวะที่ดีมากๆเลยครับเพราะเราจะได้อัตราดดอกเบี้ยในเรทที่ถูกครับ

สินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์กรุงไทย

สินเชื่อตัวนี้มีระยะเวลาขอตั้งแต่
ถึง วันที่ 31 มีนาคม 2564

จุดเด่นผลิตภันฑ์
ดอกเบี้ยปีแรกเริ่มต้น 0.64% ต่อปี
ธนาคารออกค่าจดจำนองให้ 1%
ฟรี ค่าธรรมเนียมยื่นกู้

คุณสมบัติ
มีเงินเดือน หรือรายได้ประจำที่แน่นอน หรือเป็นเจ้าของกิจการส่วนตัวที่สามารถจ่ายหนี้เงินกู้ได้
เป็นผู้บรรลุนิติภาวะ โดยการสมรส หรืออายุ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
สามารถกู้ร่วมได้ โดยอายุผู้กู้ร่วมที่น้อยที่สุดรวมกับระยะเวลาให้กู้ ต้องไม่เกิน 65 ปี หรือไม่เกินเกษียณตามอายุตามที่กฏหมายกำหนด ของอาชีพเฉพาะ เช่น อัยการ ผู้พิพากษา
ไม่มีประวัติเสียหายด้านการเงิน ไม่มีหนี้สินล้นพ้นตัว
ผู้กู้ร่วมต้องมีความสามารถในการจ่ายเงินกู้ร่วมกับผู้กู้หลัก

ค่าธรรมเนียม
ค่าอากรแสตมป์ (เรียกเก็บก่อน หรือ ณ วันทำนิติกรรมสัญญา) คิด 0.05% ของวงเงินกู้ (ไม่เกิน 10,000 บาท)
ค่าจดจำนอง (เรียกเก็บ ณ วันจดจำนองที่กรมที่ดิน) คิด 1% ของทุนจำนอง (มีบางกรณีที่เราสามารถเว้นค่าจดจำนองได้ครับ)
เบี้ยประกันอัคคีภัย

MRR ธนาคารกรุงไทย ล่าสุด 6.22% ต่อปี ( update วันที่ 4/01/2564)

อัตราดอกเบี้ย แบบออกค่าจดจำนองเอง
ทำประกัน MRTA
ปีที่ 1 แบบ คงที่ อยู่ที่ 0.64 % ต่อปี
ปีที่ 2 3 แบบ ลอยตัว อยู่ที่ MRR – 2.75 ต่อปี
ปีที่ 4 เป็นต้นไป จะลอยตัว MRR1.5%
เฉลี่ยอัตราดอกเบี้ย 3 ปี อยู่ที่ 2.53% ต่อปี

อัตราดอกเบี้ย แบบธนาคารออกค่าจดจำนองให้
ทำประกัน MRTA
ปีที่ 1 แบบ คงที่ อยู่ที่ 0.64 % ต่อปี
ปีที่ 2 3 แบบ ลอยตัว อยู่ที่ MRR – 2.25 ต่อปี
ปีที่ 4 เป็นต้นไป จะลอยตัว MRR 1.5% ต่อปี
เฉลี่ยอัตราดอกเบี้ย 3 ปี อยู่ที่ 2.86% ต่อปี ครับ

ผมฝากไว้อีกสักหน่อยนะครับสำหรับคนที่อยากจะผ่อนบ้านให้หมดเร็วขึ้นกว่าเดิม อยากจะประหยัดดอกเบี้ย ผมได้เคยทำคลิปอธิบายเทคนิคผ่อนบ้านให้ประหยัดดอกเบี้ยไว้แล้วครับสามารถเข้าไปชมที่
เทคนิคผ่อนบ้าน ให้หนี้หมดเร็วขึ้น 10 ปี ประหยัดดอกเบี้ยเป็นล้าน!!
https://youtu.be/UdUpk9sNPOk

รีไฟแนนซ์บ้านกรุงไทย รีไฟแนนซ์กรุงไทย รีไฟแนนซ์บ้าน รีไฟแนนซ์กรุงไทย refinance ธนาคารกรุงไทย

รีวิวสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้านดอกเบี้ยต่ำ ปีแรก 0.75% จากธนาคารกรุงไทย 2564

อัพเดท สินเชื่อบ้าน รีไฟแนนซ์บ้าน สร้างบ้าน ธนาคารออมสินดอกเบี้ยต่ำ | ถึง 31 สิงหาคม 2564


อัพเดท สินเชื่อบ้าน รีไฟแนนซ์บ้าน สร้างบ้าน ธนาคารออมสินดอกเบี้ยต่ำ | ถึง 31 สิงหาคม 2564
สินเชื่อบ้าน ,สร้างบ้าน .ซ่อมแซมแซม
ทำประกัน MRTA
ดอกเบี้ยปีที่ 1 0.5%
ดอกเบี้ยปีที่ 2 MRR 2.22%
ดอกเบี้ยปีที่ 3 MRR 2.22%
ดอกเบี้ยปีที่ 4 เป็นต้นไป MRR 1.0%
เฉลี่ยดอกเบี้ย 3 ปี 2.85% ต่อปี

ไม่ทำประกัน MRTA
ดอกเบี้ยปีที่ 1 0.75%
ดอกเบี้ยปีที่ 2 MRR 1.97%
ดอกเบี้ยปีที่ 3 MRR 1.97%
ดอกเบี้ยปีที่ 4 เป็นต้นไป MRR 1.0%
เฉลี่ยดอกเบี้ย 3 ปี 3.10% ต่อปี

สินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้าน
ทำประกัน MRTA
ดอกเบี้ยปีที่ 1 0.5%
ดอกเบี้ยปีที่ 2 MRR 2.52%
ดอกเบี้ยปีที่ 3 MRR 2.52%
ดอกเบี้ยปีที่ 4 เป็นต้นไป MRR 1.0%
เฉลี่ยดอกเบี้ย 3 ปี 2.65% ต่อปี

ไม่ทำประกัน MRTA
ดอกเบี้ยปีที่ 1 0.5%
ดอกเบี้ยปีที่ 2 MRR 2.27%
ดอกเบี้ยปีที่ 3 MRR2.27%
ดอกเบี้ยปีที่ 4 เป็นต้นไป MRR 1.0%
เฉลี่ยดอกเบี้ย 3 ปี 2.9% ต่อปี

ธนาคารออมสิน สินเชื่อบ้านธนาคารออมสิน รีไฟแนนซ์บ้านธนาคารออมสิน รีไฟแนนซ์บ้าน สินเชื่อบ้าน กู้ออมสิน

อัพเดท สินเชื่อบ้าน รีไฟแนนซ์บ้าน สร้างบ้าน ธนาคารออมสินดอกเบี้ยต่ำ | ถึง 31 สิงหาคม 2564

รีไฟแนนซ์บ้าน vs ขอลดดอกเบี้ย | ผ่อนบ้านครบ 3 ปีเลือกแบบไหนคุ้มสุด ผ่อนบ้านต้องดู


รีไฟแนนซ์บ้าน vs ขอลดดอกเบี้ย | ผ่อนบ้านครบ 3 ปีเลือกแบบไหนคุ้มสุด ผ่อนบ้านต้องดู
สวัสดีครับผม วิน Guru Living ครับ วันนี้ผมจะคุยกับหัวข้อที่ได้รับความสนใจมากๆและผมเชื่อว่าเป็นปัญหาของหลายๆคนเลยนะครับ นั่นคือเมื่อเราผ่อนบ้านไปครบ 3 ปีแล้วเราควรที่จะไปรีไฟแนนซ์กับธนาคารใหม่เลยดีไหม หรือจะขอ retention หรือที่เรียกว่าขอลดดอกเบี้ยกับธนาคารเดิมต่อ ดีหรือเปล่า มันมีหลักการคิดหลักการดูยังไงบ้างแล้ว 2 แบบนี้มันแตกต่างกันยังไงบ้างเดี๋ยววันนี้ผมจะมาเล่าให้ฟังครับ
ผมขอปูพื้นฐานให้สำหรับคนที่เพิ่งมาดูคลิปนี้คลิปแรกฟังนิดนึงก่อนนะครับ โดยปกติแล้วครับอัตราดอกเบี้ยบ้านเนี่ยเขาจะถูกในช่วง 3 ปีแรกเท่านั้นครับ 3 ปีแรกเนี่ยถ้าเอาราคาตลาดณเวลานี้นะครับจะอยู่ที่ประมาณ 34 % ต่อปีครับ แล้วพอพ้นจากปีที่ 3 เป็นอัตราดอกเบี้ยก็จะลอยตัวแล้วครับเป็น mrr เท่าไหร่ก็ว่ากันไปครับแต่โดนค่าเฉลี่ยแล้วก็จะอยู่ที่ประมาณ 6% ต่อปี
ดังนั้นครับสำคัญมากๆเลยนะฮะทุกคนที่ผ่อนบ้านครบ 3 ปีแล้วควรจะต้องหาวิธีที่ทำให้อัตราดอกเบี้ยมันกลับมาถูกเหมือนในช่วง 3 ปีแรกครับซึ่งทั้งการรีไฟแนนซ์และการรีเทนชั่นที่เรากำลังคุยกันอยู่ในคลิปนี้ครับทั้งสองวิธีนี้ล้วนช่วยให้อัตราดอกเบี้ยกลับมาถูกลงทั้งคู่ครับ
รีไฟแนนซ์คืออะไร https://youtu.be/NsI2IwVv8g0
งั้นกลับมาที่คำถามของเรากันครับว่าแล้วตกลงรีไฟแนนซ์กับดีเทนชั่นเราควรเลือกอะไรดีทั้ง 2 อันนี้มีอะไรที่แตกต่างกันบ้างเดี๋ยวผมจะมาไล่ให้ฟังทีละข้อนะครับ
รีไฟแนนซ์บ้าน (Refinance)
รีไฟแนนซ์บ้านเป็นการย้ายสินเชื่อจากธนาคารเดิมไปธนาคารใหม่ครับ ซึ่งพอเราย้ายไปเริ่มต้นกับธนาคารใหม่เราจึงได้อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรกอยู่ในเรทราคาที่ต่ำครับซึ่งถ้าจะเอาราคาในตลาด ณ เวลานี้ครับก็อย่างที่บอกไปว่าอยู่ที่ประมาณ 3% เท่านั้นเองครับอัตราดอกเบี้ยถูกมากในช่วงนี้
ซึ่งแน่นอนครับว่าการขอสินเชื่อใหม่จะต้องมีกระบวนการยื่นเอกสารรายได้พร้อมกับ การตรวจสอบเครดิตทางการเงินเข้ามาไม่ได้ต่างอะไรกับการที่เราไปขอสินเชื่อบ้านตอนแรกเลยครับ
รีเทนชั่นบ้าน
แต่สำหรับการรีเทนชั่นนะครับรีเทนชั่นถ้าแปลเป็นไทยคือการขอลดดอกเบี้ยกับธนาคารเดิมครับซึ่งกระบวนการนี้จะแตกต่างจากการรีไฟแนนซ์นะครับคือเราไม่ต้องย้ายธนาคารเราทำกับธนาคารเดิมที่เราผ่อนอยู่เลยครับเพียงแค่แจ้งธนาคารว่าเราต้องการที่จะรีเทนชั่นหรือขอลดดอกเบี้ยเมื่อเราผ่อนครบ 3 ปีหรือแล้วแต่เงื่อนไขธนาคารกำหนดรับเขาก็จะลดอัตราดอกเบี้ยปรับลงมาให้เราครับ แต่ผมต้องบอกนะครับว่า อัตราดอกเบี้ยที่เขาจะลดมาให้เราเนี่ยจำไม่ได้ถูกเท่ากับในช่วง 3 ปีแรกครับโดยส่วนมากค่าเฉลี่ยนะครับธนาคารจะลดให้เหลืออยู่ที่ ประมาณ 45% ต่อปีครับ

ค่าใช้จ่าย รีไฟแนนซ์ vs รีเทนชั่น
แต่นอกเหนือจากอัตราดอกเบี้ยแล้วมันยังมีปัจจัยอื่นที่ต้องพิจารณาประกอบด้วยนะครับการที่เราจะเลือกว่าจะ refinance ดีหรือรีเทนชั่นดี ปัจจัยที่ว่านั่นคือค่าใช้จ่ายครับเป็นอีกปัจจัยหลักที่ผมคิดว่าทุกคนควรจะเอามาประกอบการตัดสินใจเหมือนกันครับ
ค่าใช้จ่ายรีไฟแนนซ์
ค่าประเมินราคาทรัพย์ ประมาณ 35 พันบาท
ค่าจดจำนอง จ่ายให้กรมที่ดิน 1% ของวงเงินกู้
ค่าอากรแสตมป์ 0.05% ของวงเงิน
ค่าธรรมเนียมอื่นๆ ของธนาคาร เช่น
ค่าธรรมเนียมสินเชื่อ
ประกันอัคคีภัย

แต่การรีเทนชั่นคับ ใช้จ่ายจะน้อยกว่านั้นมากครับโดยส่วนมากจะคิดเป็นประมาณนะครับ 12 เปอร์เซ็นต์ของยอดวงเงินกู้คงเหลือหรือบางธนาคารไม่มีค่าธรรมเนียมตรงนี้ก็มีเหมือนกันนะครับ

ดังนั้นถ้าจะสรุปง่ายๆนะครับโดยส่วนมากแล้วการรีไฟแนนซ์จะมีค่าใช้จ่ายที่มากกว่าการรีเทนชั่นนะครับ ซึ่งก็ต้องเอาเป็นอีกหนึ่งปัจจัยในการพิจารณาด้วยนะครับ

สรุป รีไฟแนนซ์ vs รีเทนชั่น
ดังนั้นเรามาสรุปกันครับว่าตกลงแล้วเราควรรีไฟแนนซ์หรือรีเทนชั่นดีจะเอาเกณฑ์อะไรเป็นตัวพิจารณา
1.เครดิตทางการเงิน
ดูสถานะทางการเงินของเราตอนนี้ครับว่าวันนี้เรามีเครดิตทางการเงินดีเพียงพอที่จะไปยื่นกู้ขอสินเชื่อใหม่หรือเปล่าดูง่ายครับว่าวันนี้สัดส่วนหนี้สินต่อรายได้ของเราอยู่ที่เท่าไหร่แล้ว
หรือวันนี้รายได้ของเรามีความมั่นคงมากพอจะขอสินเชื่อหรือเปล่า
การ refinance ครับ ครับสำหรับพนักงานประจำหรือคนที่มีเงินเดือนผมคิดว่าไม่น่าจะติดปัญหาอะไรครับที่จะมีปัญหาส่วนมากน่าจะเป็นพวกกลุ่มอาชีพอิสระผู้ประกอบการที่ บางจังหวะบางช่วงเวลาเครดิตทางการเงินไม่ดีแบบนี้ครับการรีไฟแนนซ์อาจจะทำได้ยากก็อาจจะต้องมาเลือกเป็นรีเซฟชั่นแทน เพราะไม่ต้องมีการยื่นเอกสารอะไรแค่ทำเรื่องเข้าไปที่ธนาคารเดิมก็จบแล้ว

2.ดูค่าใช้จ่าย
เรื่องนี้สำคัญมากนะครับเรื่องเงินเงินทองทองผมคิดว่าเราควรจะใช้อารมณ์ในการตัดสินใจให้น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ครับเวลาพูดถึงเรื่องรายจ่ายหรือตัวเลขครับอยากให้เราคำนวณออกมาชัดๆแล้วมาเปรียบเทียบกันเลยครับว่าระหว่างการรีไฟแนนซ์มีค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเท่านี้และการรีเทนชั่นมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเท่านี้ และจะประหยัดดอกเบี้ยได้เท่านี้บาทเนี่ยครับอยากให้คำนวณออกมาเลย เดี๋ยวผมสัญญานะครับว่าในคลิปถัดไปเนี่ยเดี๋ยวผมจะคำนวณเป็นตัวเลขออกมาให้ดูทั้งสองแบบเลยว่าตกลงแล้วแบบไหนมันประหยัดดอกเบี้ยไปได้เท่าไหร่นะครับขอติดไว้ก่อน แต่ว่าถ้าใครคำนวณเป็นอยู่แล้วก็ลองคำนวณ เพื่อประกอบการพิจารณาได้เลยนะครับ

ดังนั้นทั้งหมดนี้นะครับก็เป็นความแตกต่างระหว่างการรีไฟแนนซ์และการ retention ที่เอามาเล่าให้ทุกคนฟังกันนะครับก็หวังว่าจะเป็นประโยชน์และนำไปใช้กันได้นะครับซึ่งจริงทั้ง 2 วิธีครับมันคือการลดอัตราดอกเบี้ยอย่างที่ผมบอกไปแล้วนะแต่นะครับมันก็ยังมีวิธีนะครับที่ช่วยทำให้เราประหยัดดอกเบี้ยได้มากขึ้นและผ่อนบ้านได้เร็วขึ้นด้วยนะครับซึ่งในที่นี้ครับผมเคยทำคลิปไว้แล้ว
เทคนิคผ่อนบ้าน ให้หนี้หมดเร็วขึ้น 10 ปี ประหยัดดอกเบี้ยเป็นล้าน!!
https://youtu.be/UdUpk9sNPOk

รีไฟแนนซ์บ้าน รีเทนชั่น ผ่อนบ้าน ดอกเบี้ยบ้าน ลดดอกเบี้ยบ้าน ดอกเบี้ย

รีไฟแนนซ์บ้าน vs ขอลดดอกเบี้ย | ผ่อนบ้านครบ 3 ปีเลือกแบบไหนคุ้มสุด ผ่อนบ้านต้องดู

ลดภาระดอกเบี้ย กู้ซื้อบ้าน | รีไฟแนนซ์บ้าน | กู้เพิ่ม แบบ 0% ทั้งต้น ทั้งดอกเบี้ย กับธนาคารออมสิน


คลิปนี้เป็นโอกาสที่ดีมากที่จะลดภาระดอกเบี้ย ไม่ว่าจะกู้ซื้อหรือรีไฟแนนซ์
และยังสามารถกู้เพิ่ม เอาส่วนนี้ไปจัดการกับหนี้ที่ดอกเบี้ยสูงๆ ได้อีกด้วย
อีกทั้ง หากใครมีช่องทางในการลงทุนก็ยังสามารถเอาเงินส่วนกู้เพิ่มไปลงทุนได้
เพราะนอกจากดอกเบี้ยจะ 0% ทั้งต้นและดอกยาวนาน 6เดือน 9เดือนแล้ว
อัตราดอกเบี้ยโดยรวมยังถือว่าไม่แพงและน้อยมากๆ หากเทียบกับดอกเบี้ยเงินกู้ธุรกิจ
คลิปนี้มาเล่าให้ฟังแบบทะลุทะลวง รู้ยิ่งกว่าพนักงานธนาคาร
เพราะผมไปคุยมาหลายที่มากๆ

สำหรับคลิปวิธีการง่ายๆในการประหยัดดอกเบี้ยบ้านได้มากกว่าครึ่งล้าน
ปลอดหนี้เร็วขึ้นกว่า 6ปี สามารถไปชมกันได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://youtu.be/7dmZpvHYuPs
อย่าลืมกด Like กด Subscribe ให้กับคลิปดีๆด้วยนะครับ
ขอบคุณครับ
Boy Story Live

ลดภาระดอกเบี้ย กู้ซื้อบ้าน | รีไฟแนนซ์บ้าน | กู้เพิ่ม แบบ 0% ทั้งต้น ทั้งดอกเบี้ย กับธนาคารออมสิน

นอกจากการดูหัวข้อนี้แล้ว คุณยังสามารถเข้าถึงบทวิจารณ์ดีๆ อื่นๆ อีกมากมายได้ที่นี่: ดูวิธีอื่นๆธุรกิจ

Viết một bình luận